"ไมโครซอฟท์" ประกาศเสนอแพ็กเกจ "ลาออกโดยสมัครใจ" ให้พนักงานประมาณ 60,000 คน หรือมากกว่า 1 ใน 4 ของพนักงานทั่วโลก เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและปรับโครงสร้างกำลังคน ท่ามกลางการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูลที่ต้องใช้เงินมหาศาล ขณะที่นักลงทุนจับตาว่าการลงทุนดังกล่าวจะสร้างผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่
บริษัทไมโครซอฟท์ ผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ประกาศว่า บริษัทจะเสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจให้พนักงานประมาณ 60,000 คน หรือมากกว่า 1 ใน 4 ของพนักงานทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดต้นทุนและปรับกำลังคนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในยุคปัญญาประดิษฐ์
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า พนักงานในหลายหน่วยงานมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ รวมถึงทีมพัฒนา AI, Copilot ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ของบริษัท ฝ่ายการเงิน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ธุรกิจเกม Xbox และ Windows + Devices ขณะที่บางหน่วยงาน เช่น การตลาด ธุรกิจเชิงพาณิชย์ และความมั่นคงปลอดภัย จะไม่ได้รับสิทธิ์ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับหน่วยงานที่เข้าร่วมและข้อกำหนดบางประการยังแตกต่างกันตามข้อมูลจากแหล่งข่าวแต่ละราย
เอมี โคลแมน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคลากรของไมโครซอฟท์ ระบุในบันทึกถึงพนักงานว่า โครงการนี้เปิดโอกาสให้พนักงานที่กำลังพิจารณาอนาคตนอกบริษัทสามารถเปลี่ยนผ่านได้โดยได้รับการสนับสนุน พร้อมช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ ปรับกำลังคนให้เหมาะสมกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับสิทธิประโยชน์ในลักษณะใกล้เคียงกับแพ็กเกจชดเชยการออกจากงานตามปกติ
บริษัทระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นมาตรการชั่วคราวและสมัครใจ โดยเปิดให้พนักงานที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ในสหรัฐฯ แคนาดา อินเดีย และสหราชอาณาจักร ซึ่งอยู่ในระดับตำแหน่งรองประธานขึ้นไปไม่ได้รับสิทธิ์ กล่าวคือ ผู้มีสิทธิ์ต้องอยู่ในระดับตำแหน่ง 70 หรือต่ำกว่า ทั้งนี้ พนักงานที่เข้าเกณฑ์จะได้รับรายละเอียดเพิ่มเติมภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังประกาศ
ไมโครซอฟท์มีพนักงานประจำทั่วโลก 223,000 คน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยก่อนหน้านี้ บริษัทได้เสนอแพ็กเกจเกษียณอายุโดยสมัครใจให้พนักงานในสหรัฐฯ ราว 7% ของกำลังคนในประเทศ หรือประมาณ 9,000 คน และมีรายงานว่าพนักงานที่มีสิทธิ์มากกว่า 30% จากจำนวนประมาณ 8,750 คนตอบรับข้อเสนอดังกล่าว
นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ประกาศลดตำแหน่งงาน 4,800 ตำแหน่ง หรือประมาณ 2.1% ของพนักงานทั่วโลก พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจเกม Xbox และเตรียมถอนการลงทุนจากสตูดิโอเกมได้สูงสุด 5 แห่ง เพื่อเพิ่มผลตอบแทนหลังลงทุนในธุรกิจดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปี
การปรับลดต้นทุนเกิดขึ้นในช่วงที่ไมโครซอฟท์ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลให้กับการพัฒนา AI โดยเฉพาะการสร้างศูนย์ข้อมูลและจัดซื้อชิปประมวลผล บริษัทคาดการณ์ว่าจะมีรายจ่ายลงทุนรวม 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีปฏิทิน 2569 ขณะที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกหลังตลาดหุ้นปิดทำการในวันพุธ ซึ่งนักลงทุนจะจับตาสัญญาณว่าการลงทุนด้าน AI เริ่มสร้างผลตอบแทนอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่
ไมโครซอฟท์ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีรายเดียวที่ปรับลดจำนวนพนักงานเพื่อจัดสรรงบประมาณไปยังโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยกูเกิลเคยเสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจแก่พนักงานบางหน่วยงาน ขณะที่เมตา บริษัทแม่ของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม มีจำนวนพนักงานลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงปลายปี 2565 มากกว่า 20,000 คน ส่วนแอมะซอนและออราเคิลก็ประกาศลดตำแหน่งงานในปีนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าการลดจำนวนพนักงานและการลงทุนด้าน AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากเพียงใด โดยผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงประมาณ 9,000 คนทั่วโลกที่จัดทำโดยสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ พบว่า 90% ระบุว่า AI ยังไม่ช่วยเพิ่มผลิตภาพของบริษัทอย่างชัดเจน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังพยายามสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนด้าน AI ที่มีต้นทุนสูงกับการควบคุมค่าใช้จ่ายและการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อรับมือกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว.


