ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งขยายเวลาระงับการตัดหรือทำลายต้นไม้เพิ่มเติมในสนามกอล์ฟอีสต์โปโทแมค ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงสนามกอล์ฟตามความต้องการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังพบว่ามีการโค่นต้นไม้ไปแล้วกว่า 500 ต้น ท่ามกลางข้อพิพาทด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์สถานที่ทางประวัติศาสตร์

ผู้พิพากษาอานา เรเยส แห่งศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีคำสั่ ห้ามรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดหรือสร้างความเสียหายแก่ต้นไม้เพิ่มเติมภายในสนามกอล์ฟอีสต์โปโทแมค พร้อมกำหนดให้รัฐบาลต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันทำการ ก่อนดำเนินการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อพื้นที่หรือองค์ประกอบของสวนสาธารณะอีสต์โพโทแมคอย่างไม่อาจแก้ไขได้ ระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา

คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังรัฐบาลเดินหน้ารื้อถอนและตัดต้นไม้เพื่อเตรียมปรับปรุงสนามกอล์ฟ แม้จะมีการยื่นฟ้องเพื่อขอให้ระงับโครงการ โดยผู้พิพากษาระบุว่า รัฐบาลตัดต้นไม้หลายร้อยต้นโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างเหมาะสม ทั้งที่รับรู้กำหนดการตัดต้นไม้มาแล้วอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ พร้อมระบุว่าต้นไม้ที่ถูกโค่นเป็นต้นไม้ที่มีสุขภาพดีและไม่เป็นอันตราย

ก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาเรเยสเคยวิจารณ์การดำเนินการของรัฐบาลว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ หลังมีการตัดต้นไม้กว่า 400-500 ต้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของวันโคลัมบัส โดยเห็นว่ารัฐบาลดำเนินการด้วยเจตนาไม่สุจริต

ข้อพิพาทยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หลังทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า ดัก เบอร์กัม รัฐมนตรีมหาดไทยสหรัฐฯ ร่วมกับสถาปนิก ได้จัดทำแผนปรับปรุงสนามกอล์ฟแห่งนี้ให้มีมาตรฐานระดับโลกสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์ โดยระบุว่าจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 15 พฤศจิกายน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ทนายความกระทรวงยุติธรรมเคยชี้แจงต่อศาลว่า ยังไม่มีแผนปรับปรุงสนามกอล์ฟดังกล่าว

วันต่อมา ทรัมป์โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุว่าจะเริ่มงานทันที พร้อมกล่าวว่าคนงานไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติก่อสร้าง และเรียกผู้พิพากษาเรเยสว่าเป็นบุคคลที่เสียสติ

ผู้พิพากษาเรเยสระบุในคำสั่งว่า เป็นเรื่องที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะขอให้ศาลรัฐบาลกลางไม่เชื่อคำกล่าวของประธานาธิบดีที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ แต่สถานการณ์ในคดีนี้กลับเป็นเช่นนั้น โดยศาลจำเป็นต้องพิจารณาความขัดแย้งระหว่างคำกล่าวของทรัมป์กับคำให้การภายใต้คำสาบานของเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคน รวมถึงข้อโต้แย้งของทนายความระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม

ผู้พิพากษายังกล่าวถึงหนังสือ The Lorax ของดอกเตอร์ซูสส์ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการปกป้องต้นไม้ โดยระบุว่า ศาลไม่ได้ทำหน้าที่พูดแทนต้นไม้ แต่ทำหน้าที่ปกป้องหลักนิติธรรม

สนามกอล์ฟอีสต์โพโทแมคเป็นสนามกอล์ฟสาธารณะที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2463 และมีอัตราค่าบริการที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ การปรับปรุงสนามให้มีมาตรฐานรองรับการแข่งขันระดับใหญ่จึงก่อให้เกิดเสียงคัดค้านจากนักกอล์ฟในท้องถิ่น ซึ่งกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อชุมชน

ก่อนหน้านี้ กลุ่ม DC Preservation League ได้ยื่นฟ้องเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อคัดค้านการเข้าควบคุมและปรับปรุงพื้นที่ โดยให้เหตุผลว่าโครงการอาจละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมและทำลายสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ อย่างไม่อาจฟื้นฟูกลับคืนได้

ด้านสกาย เพอร์รีแมน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กร Democracy Forward ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายผู้ฟ้องคดี แสดงความยินดีต่อคำสั่งศาล โดยระบุว่าเป็นชัยชนะสำคัญที่จะช่วยปกป้องสวนสาธารณะอีสต์โพโทแมคจากความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้เพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าฝ่ายผู้ฟ้องคดีพร้อมเดินหน้าต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป

คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทเกี่ยวกับแผนการของทรัมป์ในการปรับเปลี่ยนสถานที่สำคัญหลายแห่งในกรุงวอชิงตัน ซึ่งเผชิญการตรวจสอบทั้งในประเด็นการปฏิบัติตามกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์.


ที่มา NBC News / Reuters