อินเดียกลายเป็นแหล่งปลายทางสำคัญของขบวนการลักลอบค้าลิงอุรังอุตังและวานรใกล้สูญพันธุ์ ล่าสุดพบลูกอุรังอุตัง 5 ตัวถูกทิ้ง ผู้เชี่ยวชาญชี้กลุ่มนักสะสมผู้มั่งคั่งกำลังผลักดันตลาดผิดกม.ขยายตัว
อินเดียกำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดปลายทางสำคัญของขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะลิงอุรังอุตังและวานรใกล้สูญพันธุ์ หลังพบลูกอุรังอุตัง 5 ตัวถูกนำมาทิ้งไว้ในสวนป่าคาซัวรินา ในรัฐโอริสสา ทางตะวันออกของอินเดีย เมื่อต้นเดือนกันยายน 2569 ซึ่งอยู่ห่างจากถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติบนเกาะบอร์เนียวและสุมาตรากว่า 2,700 กิโลเมตร
ลูกอุรังอุตังทั้ง 5 ตัว ประกอบด้วยเพศผู้ 3 ตัว และเพศเมีย 2 ตัว อายุประมาณ 6-8 เดือน ชาวบ้านที่พบเห็นเป็นกลุ่มแรกต่างประหลาดใจกับขนสีแดงและรูปร่างหน้าตาที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สัตว์ทั้งหมดจะได้รับการช่วยเหลือและนำไปดูแลที่สวนสัตว์นันดันคานันในอินเดีย โดยผู้ดูแลต้องเปิดเพลงคลาสสิกเพื่อช่วยให้ลูกลิงสงบลง
การค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าหายากข้ามประเทศที่กำลังขยายตัว โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อินเดียกำลังกลายเป็นตลาดปลายทางสำคัญของการค้าสัตว์ในกลุ่มไพรเมต หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับวานรและลิง ซึ่งรวมถึงอุรังอุตังและชะนี
ซินัน เซอร์ฮัดลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายจากศูนย์ข้อมูลอุรังอุตังในจังหวัดสุมาตราเหนือของอินโดนีเซียระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การค้าชะนีข้ามประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอินเดียกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ หลังความพยายามปราบปรามการค้าสัตว์ป่าภายในอินโดนีเซียช่วยลดการลักลอบค้าภายในประเทศลงได้มาก
ขณะที่อุตตารา เมนดิรัตตา นักวิจัยด้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในอินเดียมองว่า ความต้องการจากกลุ่มนักสะสมผู้มั่งคั่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดดังกล่าว โดยสัตว์หายากเหล่านี้ไม่ได้ถูกเลี้ยงเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงทั่วไป แต่ยังถูกมองเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคม ทำให้เกิดความต้องการสัตว์ที่มีราคาแพงและหาได้ยาก ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่สามารถจัดหามาได้อย่างถูกกฎหมาย
อุรังอุตังใกล้สูญพันธุ์ การพรากลูกจากแม่สร้างผลกระทบรุนแรง
อุรังอุตังเป็นสัตว์ป่าที่มีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติบนเกาะบอร์เนียวและสุมาตรา มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศป่าฝน เนื่องจากช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืชไปในพื้นที่กว้าง ส่งเสริมการฟื้นตัวของป่า และช่วยให้ต้นไม้ดูดซับคาร์บอน ซึ่งมีส่วนลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
อย่างไรก็ตาม อุรังอุตังกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างรุนแรงจากการสูญเสียถิ่นอาศัย ขณะที่ข้อมูลจากองค์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม WWF ระบุว่า ปัจจุบันมีอุรังอุตังเหลืออยู่ในธรรมชาติประมาณ 119,500 ตัว
เมนดิรัตตาระบุว่า อุรังอุตังเป็นสัตว์ที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์ในเชิงวิวัฒนาการ และมีอัตราการสืบพันธุ์ต่ำ โดยแม่อุรังอุตังต้องดูแลลูกนานถึง 8-9 ปี การจับลูกอุรังอุตังแยกจากแม่จึงสร้างความเครียดและความบอบช้ำอย่างรุนแรง ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดของประชากรสัตว์ป่าในระยะยาว
พบการลักลอบนำสัตว์ป่าหายากเข้าอินเดียต่อเนื่อง
ที่ผ่านมา ทางการอินเดียตรวจพบการลักลอบนำสัตว์ในกลุ่มวานรเข้าประเทศหลายครั้ง โดยในปี 2565 พบลูกอุรังอุตังสุมาตรา 2 ตัวซุกซ่อนอยู่ในกล่องที่จุดตรวจบริเวณพรมแดนระหว่างรัฐอัสสัมกับรัฐมิโซรัม ต่อมาในปี 2566 พบอุรังอุตังอีกหนึ่งตัวในรัฐมิโซรัม และในเดือนพฤศจิกายน 2567 พบอุรังอุตังวัยเยาว์ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใกล้เมืองมุมไบ
นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กรไม่แสวงหากำไร Wildlife Trust of India พบว่า ในปี 2568 เจ้าหน้าที่ยึดชะนีได้อย่างน้อย 23 ตัวที่สนามบินในอินเดีย ขณะที่เดือนพฤษภาคม 2569 ทางการอียิปต์ตรวจยึดลูกชิมแปนซี 3 ตัวที่ถูกวางยาให้ซึมและกำลังถูกลำเลียงไปยังอินเดีย
ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า การขยายตัวของการท่องเที่ยวและเที่ยวบินตรงระหว่างเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาค เช่น กรุงเทพฯ และกัวลาลัมเปอร์ ช่วยให้เครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าสามารถใช้เส้นทางทางอากาศในการขนส่งสัตว์ไปยังอินเดียได้รวดเร็วขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงต่อการถูกตรวจจับก็ตาม
ช่องโหว่กฎหมายเปิดทางค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
แม้อินเดียจะมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า แต่กฎหมายเดิมมุ่งเน้นการปกป้องสัตว์พื้นถิ่น เช่น ช้าง แรด และเสือ จากการถูกลักลอบนำออกนอกประเทศ ขณะที่การควบคุมสัตว์ต่างถิ่นที่นำเข้ามา โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มา กลับยังมีข้อจำกัด
ข้อมูลจากอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES ระบุว่า อินเดียนำเข้าอุรังอุตัง 41 ตัว ระหว่างปี 2564-2567 แม้การค้าทางพาณิชย์ระหว่างประเทศในอุรังอุตังส่วนใหญ่จะถูกห้าม แต่ยังมีข้อยกเว้นสำหรับสัตว์ที่เพาะพันธุ์ในกรงเลี้ยงตามเงื่อนไขที่กำหนด
ในปี 2563 อินเดียเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนครอบครองสัตว์ต่างถิ่นผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่ต้องแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของสัตว์ เพื่อสร้างระบบติดตามสัตว์ที่อาจมีความเสี่ยงแพร่โรคจากสัตว์สู่คนในช่วงการระบาดของโควิด-19 ระบบดังกล่าวเปิดให้รายงานการเกิด การตาย และการเพาะพันธุ์สัตว์ต่างถิ่นได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ข้อจำกัดด้านบุคลากรและความเชี่ยวชาญของหน่วยงานรัฐทำให้การตรวจสอบทำได้ไม่ทั่วถึง อีกทั้งยังเปิดช่องให้สัตว์ที่ถูกลักลอบนำเข้าแอบอ้างว่าเป็นสัตว์ที่ลงทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
อินเดียปรับปรุงกฎหมายสัตว์ป่าในปี 2565 เพื่อเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดสัตว์ต่างถิ่นที่ถูกค้าผิดกฎหมายและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตลาดค้าสัตว์ต่างถิ่นขยายตัวไปมากแล้ว
รายงานปี 2569 ขององค์กร Humane World for Animals India ระบุว่า การค้าสัตว์เลี้ยงต่างถิ่นในอินเดียเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงทั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และกิจกรรมของเครือข่ายอาชญากรรมที่จัดตั้งเป็นขบวนการ.
ที่มา: AP
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ


