ศรีลังกาดำเนินการช่วยเหลือลูกเรืออิหร่านกว่า 40 คนจากเรือหลายลำที่ติดค้างอยู่นอกชายฝั่งเนื่องจากการปิดล้อมของสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าเป็นการช่วยตามหลักสากลไม่ได้เลือกข้างในสงคราม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 26 ต.ค. 2569 ว่า กระทรวงการต่างประเทศศรีลังกาประสานงานช่วยเหลือลูกเรือชาวอิหร่านจำนวน 40 คน ที่เผชิญภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ในเขตน่านน้ำสากล บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของศรีลังกา โดยนำตัวขึ้นฝั่งเพื่อรักษาในกรุงโคลอมโบ ก่อนจะส่งตัวกลับประเทศอิหร่านทางเครื่องบินเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศศรีลังการะบุว่า เจ้าหน้าที่ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์จากเรือของอิหร่านหลายลำ ที่ติดค้างกลางทะเลเพราะการปิดล้อมของกองทัพเรือสหรัฐฯ จึงได้วางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือร่วมกับสถานทูตอิหร่านประจำกรุงโคลอมโบ

ตามรายงานของสำนักข่าว BBC มีเรืออิหร่านลอยลำอยู่นอกชายฝั่งศรีลังการาว 21 ลำ โดยศรีลังกายืนยันว่า การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมเพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสากล ไม่ได้หมายความว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือตัวเรือหรือฝักใฝ่ฝ่ายใดในสงคราม

อนึ่ง ศรีลังกาย้ำว่าพวกเขาเป็นกลางในสงคราม และเคยปฏิเสธคำขอเข้าใช้พื้นที่ทางทหารจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมสนับสนุนให้ใช้การเจรจาเพื่อยุติสงคราม

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ศรีลังกาให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่เรืออิหร่าน เช่น เหตุการณ์เรือ “ไอริส ดีนา” (Iris Dena) ที่ถูกสหรัฐฯ โจมตีด้วยตอร์ปิโดจนล่มกลางทะเลเมื่อเดือนมีนาคม ศรีลังกาก็ดำเนินการช่วยชีวิตและรักษาลูกเรือที่รอดตาย รวมถึงอนุญาตให้เรืออิหร่านอีกลำเข้าจอดเทียบท่าด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมด้วย

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เรือของอิหร่านบางลำเคยประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร น้ำ และเชื้อเพลิง แต่ศรีลังกาซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก ระบุว่าต้องเน้นผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักจึงยังไม่มีแผนส่งความช่วยเหลือด้านเสบียงใดๆ


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc