การประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 5 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในกรุงปักกิ่ง โดยการประชุมยาวนาน 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 26-29 ตุลาคม ในครั้งนี้ ถูกจับตามองจากทั่วโลกว่าจะเป็นเวทีสำคัญที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะใช้นโยบายกวาดล้างการทุจริตและการยึดมั่นในอุดมการณ์พรรคอย่างเข้มงวด เพื่อกระชับอำนาจเบ็ดเสร็จและวางรากฐานการบริหารประเทศก่อนการจัดทัพผู้นำชุดใหม่ในปี 2027

พรรคคอมมิวนิสต์จีนเริ่มการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 ในกรุงปักกิ่ง เริ่มแล้ววันนี้ (26 ต.ค.) โดยการประชุมจะจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค. มีกรรมการกลางประมาณ 300 คนเข้าร่วม เพื่อพิจารณาแนวทางสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการบริหารพรรคในระยะต่อไป

สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นผู้รายงานผลการดำเนินงานของกรมการเมืองพรรค และชี้แจงร่างมติว่าด้วยประเด็นสำคัญในการยกระดับการกำกับดูแลพรรคอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง โดยสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนระบุว่า ร่างมติดังกล่าวครอบคลุมทั้งการสรุปผลงานและประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลพรรคในยุคใหม่ การประเมินสถานการณ์และความท้าทายในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่พรรค ตลอดจนการกำหนดแผนยุทธศาสตร์สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป

สื่อทางการจีนระบุว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายกำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้การกำกับดูแลพรรคเป็นไปอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นปิดช่องโหว่ของกฎระเบียบ เสริมสร้างระบบตรวจสอบ และทำให้การดำเนินนโยบายของคณะกรรมการกลางเกิดผลจริง ไม่ใช่เพียงถ้อยแถลงหรือคำประกาศ

การประชุมเต็มคณะ เป็นการประชุมแบบปิดของคณะกรรมการกลางพรรค ซึ่งโดยทั่วไปจะจัดขึ้นหลายครั้งในวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปีของคณะกรรมการกลางแต่ละชุด ผลการประชุมมักสะท้อนลำดับความสำคัญและแนวทางการบริหารของผู้นำพรรค โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่คณะกรรมการกลางชุดปัจจุบันเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในปี 2022

การประชุมมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเกิดขึ้นก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งถัดไปในปี 2027 ซึ่งจะมีการกำหนดแนวทางสำคัญของพรรคและแต่งตั้งคณะกรรมการกลางชุดใหม่ แม้ตามกระบวนการอย่างเป็นทางการ คณะกรรมการกลางจะเป็นผู้คัดเลือกผู้นำระดับสูงของพรรค แต่ขั้นตอนการตัดสินใจที่แท้จริงภายในกลุ่มผู้นำระดับสูงยังคงเป็นความลับ

นักวิเคราะห์มองว่า การประชุมครั้งนี้อาจเป็นเวทีสำคัญครั้งสุดท้ายก่อนการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำพรรคในปี 2027 โดยคาดว่าสี จิ้นผิง จะยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำจีนต่อเป็นสมัยที่ 4 หลังจากจีนยกเลิกข้อจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไปก่อนหน้านี้

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมคือการเดินหน้าปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นนโยบายหลักของสี จิ้นผิง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การรณรงค์ดังกล่าวนำไปสู่การปลดและสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายร้อยคน รวมถึงนายทหารระดับสูง และบุคคลที่เคยเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของผู้นำจีน

ซินหัวระบุว่า การปราบปรามการทุจริตเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลพรรคอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าทุจริต ไม่สามารถทุจริต และไม่ต้องการทุจริต พร้อมยืนยันว่าการสร้างระบบที่ยึดหลักคุณธรรมและหลักนิติธรรมจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการทำงานร่วมกับต่างประเทศ และสร้างความคาดการณ์ได้มากขึ้นสำหรับนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์บางส่วนมองว่า การกวาดล้างเจ้าหน้าที่และนายทหารระดับสูงอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพภายในกองทัพ และลดความพร้อมในการปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่ทางการจีนอธิบายว่ากระบวนการดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กองทัพ

นอกจากข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตแล้ว เจ้าหน้าที่บางรายยังถูกกล่าวหาเกี่ยวกับความประพฤติส่วนตัวหรือ "การทุจริตทางศีลธรรม" ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า ข้อกล่าวหาลักษณะนี้อาจถูกนำมาใช้จัดการกับบุคคลที่ถูกมองว่าไม่ภักดีต่อสี จิ้นผิง เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามแนวทางของพรรคอาจถูกตีความว่าเป็นการละเมิดมาตรฐานทางศีลธรรมของพรรคได้ด้วย

สถาบันนโยบายเอเชียโซไซตีประเมินว่า จากนายทหาร 44 คนที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการกลางในปี 2022 มีเพียง 2 คนที่ยังไม่ถูกปลดหรือถูกดำเนินการลงโทษตามข้อมูลที่สถาบันรวบรวมไว้ ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ซึ่งเป็นองค์กรระดับสูงที่กำกับดูแลกองทัพจีน และเดิมมีสมาชิก 7 คน ปัจจุบันเหลือสมาชิกเพียง 2 คน ได้แก่ สี จิ้นผิง และนายทหารอีกหนึ่งคน

การประชุมครั้งนี้จึงอาจเปิดโอกาสให้สี จิ้นผิง แต่งตั้งนายทหารคนใหม่เข้าสู่คณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง เพื่อเติมตำแหน่งที่ว่างลงจากการกวาดล้างที่ผ่านมา

แม้การประชุมจะดำเนินไปอย่างปิดลับ โดยทางการไม่ได้เปิดเผยสถานที่จัดประชุมอย่างเป็นทางการ แต่ผลสรุปการตัดสินใจและเอกสารรายละเอียดคาดว่าจะได้รับการเผยแพร่หลังการประชุมเสร็จสิ้น ซึ่งจะเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางการบริหารพรรค การควบคุมวินัยภายใน และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำในปี 2027.


ที่มา China Daily / BBC / Reuters