อัครสังฆมณฑลนิวยอร์กของคริสตจักรคาทอลิก บรรลุข้อตกลงจ่ายเงินชดเชย 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 27,000 ล้านบาท ให้แก่เหยื่อผู้กล่าวหาว่าถูกนักบวชล่วงละเมิดทางเพศประมาณ 1,300 คน นับเป็นข้อตกลงยุติคดีลักษณะนี้ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์อัครสังฆมณฑลคาทอลิกของสหรัฐฯ โดยข้อตกลงมีกำหนดลงนามอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน หลังการต่อสู้ทางกฎหมายยืดเยื้อมานานกว่า 7 ปี
อัครสังฆมณฑลนิวยอร์กของคริสตจักรคาทอลิก และทนายความที่เป็นตัวแทนผู้กล่าวหาว่าถูกนักบวชล่วงละเมิดทางเพศประมาณ 1,300 คน บรรลุข้อตกลงยุติคดีความด้วยการจ่ายเงินชดเชยรวม 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 27,000 ล้านบาท นับเป็นข้อตกลงชดเชยคดีล่วงละเมิดทางเพศที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาอัครสังฆมณฑลคาทอลิกของสหรัฐฯ
อาร์ชบิชอปโรนัลด์ ฮิกส์ ส่งอีเมลถึงนักบวชเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม เพื่อยืนยันข้อตกลงดังกล่าว หลังทนายความของผู้เสียหายประกาศความคืบหน้า โดยระบุว่าข้อตกลงจะยังไม่มีผลสมบูรณ์จนกว่าทั้งสองฝ่ายจะลงนาม ซึ่งกำหนดไว้ในสัปดาห์ที่เริ่มต้นวันที่ 6 พฤศจิกายน
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ผู้เสียหายแต่ละรายจากทั้งหมดประมาณ 1,300 คนจะได้รับเงินชดเชยอย่างน้อย 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8.44 ล้านบาท และอาจได้รับมากกว่านั้น โดยพิจารณาจากความรุนแรงของการล่วงละเมิดที่เกิดขึ้น
ข้อตกลงครั้งนี้จะยุติการฟ้องร้องที่ดำเนินมานานกว่า 7 ปี โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกรอบข้อตกลงกันตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้ผู้ยื่นคำร้องทุกคนต้องยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
เจฟฟ์ แอนเดอร์สัน ทนายความที่เป็นตัวแทนผู้ยื่นคำร้องมากกว่า 1,000 คดีต่อคริสตจักรคาทอลิกในรัฐนิวยอร์ก ระบุว่า การที่ผู้เสียหายทุกคนเห็นชอบกับข้อตกลงร่วมกันถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการแสวงหาความยุติธรรม พร้อมยกย่องความกล้าหาญ การเสียสละ และความมุ่งมั่นของผู้เสียหาย ซึ่งช่วยผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผ่านมา
ด้านทรุชา กอฟฟ์ ทนายความจากสำนักงานเดียวกัน กล่าวว่า ข้อตกลงนี้เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของผู้เสียหาย ซึ่งยืนหยัดต่อสู้ผ่านกระบวนการทางกฎหมายมาเป็นเวลาหลายปี
ฮิกส์กล่าวในอีเมลว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเปิดทางให้เกิดการเยียวยาและการคืนดีแก่ผู้เสียหาย พร้อมระบุว่าอัครสังฆมณฑลจะสามารถกลับไปให้ความสำคัญกับภารกิจหลักของคริสตจักรได้อย่างเต็มที่ ทั้งการเผยแผ่พระกิตติคุณ การดูแลผู้ป่วยและผู้ยากไร้ การต้อนรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และการให้การศึกษาแก่เด็ก
อัครสังฆมณฑลนิวยอร์กครอบคลุมพื้นที่เขตบรองซ์ แมนฮัตตัน และสแตเทนไอแลนด์ รวมถึงอีก 7 เคาน์ตีทางตอนเหนือของนครนิวยอร์ก มีโบสถ์ประมาณ 300 แห่ง โรงเรียนในสังกัดคริสตจักรมากกว่า 150 แห่ง และชาวคาทอลิกราว 2.5 ล้านคน
ข้อตกลงครั้งนี้มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอัครสังฆมณฑลลอสแอนเจลิส ซึ่งตกลงจ่ายเงิน 880 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ให้แก่ผู้เสียหาย 1,000 คน นอกเหนือจากเงินชดเชยอีก 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เคยจ่ายไปก่อนหน้านั้น ส่วนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อัครสังฆมณฑลซานฟรานซิสโกตกลงจ่ายเงิน 395 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายประมาณ 530 คน ขณะที่ในเดือนธันวาคม 2568 ศาลรัฐบาลกลางอนุมัติข้อตกลงที่กำหนดให้อัครสังฆมณฑลนิวออร์ลีนส์จ่ายเงินชดเชยอย่างน้อย 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กรณีล่วงละเมิดทางเพศโดยนักบวชคาทอลิกในสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นอื้อฉาวครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 หลังการสืบสวนของสื่อเปิดเผยว่า มีเด็กหลายพันคนถูกล่วงละเมิดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา และผู้นำคริสตจักรบางส่วนถูกกล่าวหาว่าปกปิดเหตุการณ์ หรือย้ายตัวนักบวชที่ถูกกล่าวหาไปยังพื้นที่อื่น แทนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง
ผลจากคดีจำนวนมากทำให้สังฆมณฑลทั่วสหรัฐฯ ต้องจ่ายเงินชดเชยหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ และจัดตั้งโครงการชดเชยผู้เสียหายเพื่อยุติข้อพิพาทโดยไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ
กฎหมายรัฐนิวยอร์กที่ประกาศใช้ในปี 2562 เปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็กสามารถฟ้องร้องผู้กระทำผิด รวมถึงสถาบันที่ถูกกล่าวหาว่าปกป้องผู้กระทำผิดได้จนถึงอายุ 55 ปี ขณะที่ผู้ที่มีอายุเกินเกณฑ์ดังกล่าวแล้วในวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ได้รับเวลาเพิ่มเติมให้ยื่นฟ้องได้จนถึงเดือนสิงหาคม 2564 โดยไม่จำกัดว่าการล่วงละเมิดที่กล่าวหาเกิดขึ้นเมื่อใด
ข้อตกลงกับอัครสังฆมณฑลนิวยอร์กจึงเป็นอีกหนึ่งกรณีสำคัญที่สะท้อนผลกระทบจากคดีล่วงละเมิดทางเพศในคริสตจักรคาทอลิกของสหรัฐฯ และความพยายามผลักดันให้สถาบันที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย.
ที่มา The Associated Press / AFP


