เกิดเพลิงไหม้รุนแรงที่ "รังอินทรี" อดีตที่พักบนเทือกเขาแอลป์ของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในรัฐบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมนี เจ้าหน้าที่ระดมนักดับเพลิงราว 200 นายเข้าควบคุมเพลิง ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายและเส้นทางเข้าถึงที่ยากลำบาก ขณะที่ตำรวจควบคุมตัวชายชาวเยอรมันวัย 33 ปี ซึ่งอาจมีปัญหาทางจิต โดยกำลังสอบสวนข้อสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง และยังไม่ตัดประเด็นแรงจูงใจทางการเมือง
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในรัฐบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมนี เร่งควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงภายในอาคาร "รังอินทรี" (Eagle’s Nest) หรือเคห์ลชไตน์เฮาส์ (Kehlsteinhaus) อดีตที่พักบนภูเขาที่เกี่ยวข้องกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมนี โดยเหตุเกิดขึ้นในช่วงค่ำวันศุกร์ (23 ต.ค.) และเปลวไฟยังคงลุกไหม้ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันเสาร์
หน่วยดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เมื่อเวลาประมาณ 21.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนส่งเจ้าหน้าที่ราว 200 นายเข้าปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ที่ระดับความสูงประมาณ 1,834 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ประกอบกับฝนตกหนัก หิมะตก และลมกระโชกแรง ทำให้การเข้าถึงอาคารเป็นไปอย่างยากลำบาก
ไมเคิล บรันเดิล หัวหน้าหน่วยดับเพลิง เปิดเผยเมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่สามารถดับไฟส่วนสุดท้ายได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในอาคาร เนื่องจากเกรงว่าโครงสร้างอาจพังถล่ม พร้อมระบุว่าโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ด้านตำรวจควบคุมตัวชายชาวเยอรมันวัย 33 ปี ซึ่งพบขณะขับรถจักรยานยนต์สีแดงโดยไม่มีป้ายทะเบียนใกล้จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ระบุว่าชายคนดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ แต่ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นั่น โดยพนักงานอัยการเปิดเผยว่า ผลการตรวจประเมินทางจิตเวชพบสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติทางจิต และอาจส่งผลต่อความสามารถในการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
ไรเนอร์ ฟีทเซอ พนักงานอัยการ กล่าวว่า เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการวางเพลิง และเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นแรงจูงใจทางการเมือง เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีผู้ต้องสงสัยรายอื่นเกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่และห้ามประชาชนเข้าใกล้สถานที่เกิดเหตุ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก
"รังอินทรี" สร้างขึ้นระหว่างปี 1937 ถึง 1938 ในสมัยนาซี เพื่อใช้เป็นสถานที่รับรองบุคคลสำคัญและนักการทูตต่างชาติ โดยตั้งอยู่เหนือเมืองเบิร์ชเทสกาเดิน ใกล้กับเบิร์กฮอฟ (Berghof) ซึ่งเป็นที่พักอีกแห่งของฮิตเลอร์และเคยใช้เป็นสถานที่วางแผนทางทหาร รวมถึงการรุกรานสหภาพโซเวียตในปี 1941
แม้ฮิตเลอร์จะเดินทางมายังรังอินทรีไม่บ่อยนัก แต่อาคารแห่งนี้ถูกใช้เป็นฉากประกอบภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของนาซี เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และยังคงอยู่รอดโดยไม่ได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สอง หลังนาซีพ่ายแพ้ในปี 1945
ตั้งแต่ปี 1952 สถานที่แห่งนี้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีทั้งนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุคนาซีและร้านอาหารบนภูเขา โดยหน่วยงานรัฐบาวาเรียระบุว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนราว 350,000 คนต่อปี
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสถานที่ระบุว่า รังอินทรีเป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายและความไร้มนุษยธรรมของระบอบเผด็จการนาซี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อการสังหารชาวยิวหลายล้านคน รวมถึงชาวโรมานี ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผู้พิการ และกลุ่มคนที่ถูกนาซีมองว่าเป็นศัตรู
โยอาคิม แฮร์มันน์ รัฐมนตรีมหาดไทยรัฐบาวาเรีย ยืนยันว่า สถานที่แห่งนี้จะไม่ถูกปล่อยให้กลายเป็นซากปรักหักพัง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความทรงจำทางประวัติศาสตร์
เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงในเยอรมนีและออสเตรียเกี่ยวกับการจัดการอาคารที่เกี่ยวข้องกับฮิตเลอร์และระบอบนาซี ว่าควรอนุรักษ์ไว้เพื่อการศึกษา ดัดแปลงการใช้งาน หรือรื้อถอน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานที่เหล่านี้กลายเป็นแหล่งยกย่องนาซีหรือจุดหมายของกลุ่มนีโอนาซีและกลุ่มขวาจัด
ก่อนหน้านี้ ในเดือนมิถุนายน ทางการกรุงเบอร์ลินประกาศแผนรื้อถอนบังเกอร์แห่งหนึ่งของฮิตเลอร์เพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นอาคารพักอาศัยและสำนักงาน ขณะที่ในเดือนกรกฎาคม ทางการออสเตรียได้ปรับปรุงบ้านเกิดของฮิตเลอร์ในเมืองเบราเนา อัม อินน์ และเปลี่ยนการใช้งานเป็นสถานีตำรวจ หลังเผชิญข้อถกเถียงมาเป็นเวลาหลายปี.


