ประชาชนในฝรั่งเศสออกมาชุมนุมประท้วงทั่วประเทศรอบ 2 เพื่อต่อต้านปัญหาเศรษฐกิจอีกครั้ง ขณะที่รัฐบาลระดมเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกว่า 70,000 นายเพื่อรับมือ โดยมีรายงานผู้ถูกจับกุมแล้ว 135 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 24 ต.ค. 2569 ว่า ทางการฝรั่งเศสส่งกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกว่า 70,000 นาย พร้อมรถหุ้มเกราะ เฮลิคอปเตอร์ และรถฉีดน้ำแรงดันสูงไปประจำการตามเมืองต่างๆ เพื่อรับมือกับการประท้วงทั่วประเทศรอบใหม่ของประชาชนที่ไม่พอใจปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น และปัญหาเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน
การประท้วงครั้งก่อน ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งก่อจลาจล เผาอาคารของรัฐ และปล้นร้านค้าเสียหายหลายพันแห่ง ทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มความเข้มงวดในการรับมือการประท้วงมากขึ้น โดยตามการเปิดเผยของรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย มีผู้ชุมนุมถูกจับกุมแล้ว 135 คน และมีการตรวจยึดอาวุธหลายชนิด เช่น ประทัด หนังสติ๊ก ลูกเหล็ก และดาบคาตานะ
“การยึดอาวุธเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มซ้ายจัดและกลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่มที่จะทำให้การชุมนุมกลายเป็นความรุนแรง” ลอรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสกล่าว “เราจะไม่ยอมให้มีความรุนแรงหรือการรบกวนความสงบเรียบร้อยของสาธารณะอย่างเด็ดขาด”
นอกจากนั้นมีรายงานว่าเกิดการปะทะที่เมืองลียง โดยตำรวจปราบจลาจลเคลื่อนที่เร็วเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงราว 150 คนใกล้ใจกลางเมือง ที่พยายามปิดถนน โดยเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่เพื่อสลายการชุมนุม
อย่างไรก็ตาม ที่กรุงปารีส การเดินขบวนเริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่สงบและเป็นกันเอง ผู้ชุมนุมบางส่วนระบุว่าออกมาเพื่อเรียกร้องอนาคตที่ดีขึ้นและแสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาล ขณะที่กลุ่มสหภาพแรงงานวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งแบนการชุมนุมที่ไม่ได้จัดโดยสหภาพ
ทั้งนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง สั่งแบนการชุมนุมที่ไม่ได้จัดโดยสหภาพแรงงาน ซึ่งสร้างความไม่พอใจและถูกมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการประท้วง
ขณะเดียวกัน ร้านค้าจำนวนมากต้องนำแผ่นไม้มาปิดผนึกหน้าต่างหรือปิดร้านหนี เพราะกลัวเหตุจลาจล นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ชื่อดังอย่าง ลูฟร์ และ พิพิธภัณฑ์ออร์แซ ก็ประกาศปิดทำการในวันเสาร์เพื่อความปลอดภัยด้วย
ในเวลาเดียวกัน พรรค “ราซ็องเบลอม็อง นาซิอองนาล” (Rassemblement National - RN) ของนาง มารีน เลอ เปน ผู้นำฝ่ายค้านฝรั่งเศส จัดการประชุมใหญ่เพื่อเปิดแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี ส่งผลให้มีกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านฝ่ายขวาจัดออกมารวมตัวเดินขบวนประท้วงด้วยความตึงเครียด มีผู้เข้าร่วมประท้วงราว 11,000 ถึง 26,000 คน พร้อมตะโกนสโลแกนขับไล่
นอกจากในฝรั่งเศส รายงานข่าวระบุว่า มีการชุมนุมประท้วงปัญหาเงินเฟ้อและค่าครองชีพ เกิดขึ้นในหลายประเทศแถบยุโรปด้วย โดยเฉพาะในอิตาลี ซึ่งรัฐบาลส่งทหาร 500 นาย ลงพื้นที่เมืองมิลาน หลังจากเกิดเหตุจลาจลบนท้องถนนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna


