ร้านค้าและประชาชนในกรุงปารีสต่างเร่งเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมประท้วงระลอกใหม่ที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้ หลังเหตุจลาจลปล้นสะดมเมื่อสัปดาห์ก่อนทำลายร้านค้าไปกว่า 3,000 แห่ง ดันยอดขายอาวุธถูกกฎหมายพุ่งสูงถึง 10 เท่า ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประกาศสั่งห้ามการประท้วงที่ผิดกฎหมาย พร้อมประณามกลุ่มสุดโต่ง ว่าพยายามก่อการปลดแอกและทำลายระบบสาธารณรัฐ
บรรยากาศในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เต็มไปด้วยความกังวลก่อนการชุมนุมประท้วงรอบใหม่ในวันเสาร์นี้ โดยเจ้าของร้านค้าหลายแห่งเร่งติดตั้งแผ่นไม้ปิดกระจกหน้าร้าน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ หลังเหตุจลาจลและปล้นสะดมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีร้านค้าถูกโจมตีทั่วประเทศราว 3,000 แห่ง และสร้างความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านยูโร
อีฟ โกลเลต์ เจ้าของร้านจำหน่ายอาวุธปืนในปารีส เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ยอดขายอาวุธที่จำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมายเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า นับตั้งแต่เกิดเหตุความรุนแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยลูกค้าส่วนหนึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าที่หวั่นเกรงว่าจะถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุบุกปล้น จนสินค้าบางประเภท เช่น อุปกรณ์ยิงกระสุนยางที่ไม่ถึงแก่ชีวิต ขายหมดจากร้าน
ตำรวจปารีสระบุว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีร้านค้า 450 แห่งถูกทำลายหรือก่อความเสียหาย และอีก 228 แห่งถูกปล้นสะดม ขณะที่เจ้าของร้านหลายคนยังคงหวาดผวา บางรายถึงขั้นนอนเฝ้าร้านที่ได้รับความเสียหาย หลังไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ก่อเหตุจึงเข้ามาขโมยสินค้าอย่างสีและเครื่องมือช่าง
ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า ฝรั่งเศสจะห้ามการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า พร้อมกล่าวหากลุ่มการเมืองซ้ายจัดบางกลุ่มว่าอยู่เบื้องหลังการกระทำที่มุ่งบ่อนทำลายสาธารณรัฐ อย่างไรก็ตาม การชุมนุมที่จัดโดยสหภาพแรงงานยังสามารถดำเนินต่อไปได้ แต่อาจมีการเปลี่ยนเส้นทางเพื่อปกป้องธุรกิจและร้านค้า
เจอรัลด์ ดาร์มาแนง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอให้ระงับสิทธิเลือกตั้งของผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเข้าร่วมการชุมนุม และจำกัดการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง การปล้นสะดม หรือการโจมตีตำรวจ
ขณะที่ทางการเมืองมาร์กเซยและลียง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองและสามของฝรั่งเศส ประกาศห้ามการประท้วงทั้งหมดที่วางแผนไว้ในวันเสาร์ แต่สหภาพนักศึกษาหลักของประเทศและขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองยังเตรียมจัดการชุมนุมในกรุงปารีส ส่วนผู้จัดงาน Art Basel Paris ซึ่งเป็นงานแสดงศิลปะระดับนานาชาติ ประกาศปิดงานตลอดสุดสัปดาห์เพื่อความปลอดภัย
เหตุจลาจลครั้งนี้สะท้อนความไม่พอใจของประชาชนต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและแรงกดดันต่อรายจ่ายครัวเรือน รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพบริการสาธารณะที่ถดถอย ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งทางการเมืองเกี่ยวกับผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ยังคงรุนแรงขึ้น
ด้านตลาดการเงิน นักลงทุนแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในฝรั่งเศส โดยส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสเมื่อเทียบกับพันธบัตรเยอรมนี ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขยายตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นแตะร้อยละ 5.14 สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2002 สะท้อนแรงกดดันทางการเงินที่เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางสังคมและการเมืองของประเทศ.


