ผลวิจัยจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอนประเมินว่า คลื่นความร้อนยุโรปช่วงเดือนมิ.ย.ถึงส.ค.2026 ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 50,000 คน ในจำนวนนี้ราว 65% เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์ 

คลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมยุโรปในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนประมาณ 50,391 คน โดยในจำนวนนี้ 32,619 คน หรือราว 65% เป็นผลกระทบที่เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ตามผลการศึกษาของทีมนักวิจัยที่เตรียมเผยแพร่ในวารสาร Nature Health

ทีมนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลใน 854 เมืองทั่วยุโรป ครอบคลุมช่วงเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม โดยใช้แบบจำลองทางสถิติเพื่อประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนในแต่ละช่วงอายุ และเปรียบเทียบกับสถานการณ์จำลองที่โลกไม่มีภาวะโลกร้อนจากฝีมือมนุษย์

ผลการศึกษาพบว่า ยอดผู้เสียชีวิตในฤดูร้อนปีนี้สูงกว่าสถิติเดิมในปี 2022 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตประมาณ 29,480 คน ถึง 71% อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่าตัวเลขดังกล่าวอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากยังไม่รวมคลื่นความร้อนรุนแรงในเดือนพฤษภาคม และการศึกษาครอบคลุมเฉพาะ 854 เมือง ซึ่งมีประชากรรวมกันประมาณ 40% ของประชากรยุโรปทั้งหมด

แกรีฟัลลอส คอนสแตนตินูดิส ศาสตราจารย์จากสถาบันแกรนแธม วิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ระบุว่า เกือบหนึ่งในสามของผู้เสียชีวิตทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 17 มิถุนายนถึง 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงคลื่นความร้อนรุนแรงที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตประมาณ 5.3 องศาเซลเซียส

ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 85 ปีขึ้นไปคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่คนวัยหนุ่มสาวอายุ 20-44 ปี ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนมากกว่า 800 คน

ประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน และเยอรมนี เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนสูงที่สุดในการศึกษาครั้งนี้ ขณะที่ผลการศึกษาอีกชิ้นของทีมวิจัยซึ่งเผยแพร่ก่อนหน้านี้ระบุว่า กรุงโรมเป็นเมืองหลวงในยุโรปที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนสะสมสูงที่สุดในช่วงปี 2000-2025

แคลร์ บาร์นส์ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ระบุว่า ยุโรปเป็นทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุด โดยอุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนสูงกว่าที่ควรจะเป็นในโลกที่ไม่มีภาวะโลกร้อนจากมนุษย์เฉลี่ยประมาณ 2.5 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนว่าโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ของยุโรปตะวันตกและยุโรปเหนือยังไม่ได้รับการออกแบบให้รองรับอุณหภูมิที่รุนแรงเช่นนี้

นักวิจัยยังระบุด้วยว่า การเสียชีวิตจากความร้อนมักไม่ได้รับการบันทึกว่าเป็นสาเหตุโดยตรงในใบมรณบัตร ทำให้จำเป็นต้องใช้แบบจำลองทางสถิติในการประเมินภาระการเสียชีวิตที่แท้จริง และตัวเลขผู้เสียชีวิตจากความร้อนที่เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนจากมนุษย์เพิ่มขึ้นจากประมาณ 45% ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 เป็นราว 65% ในปัจจุบัน.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ