กรุงปารีสเมืองหลวงของฝรั่งเศสประกาศขยายเวลาบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวออกไปจนถึงวันจันทร์หน้า ขณะที่เมืองมาร์เซย์และลียง สั่งห้ามจัดการประท้วงอย่างสิ้นเชิงในช่วงสุดสัปดาห์นี้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. 2569 ทางการกรุงปารีสประกาศขยายเวลาบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวบางส่วน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จัตุรัส “ปลาส เดอ ลา รีพับลิก” และย่านช้อปปิ้ง เล อาล (Les Halles) ไปจนถึงวันจันทร์ที่ 26 ต.ค. โดยห้ามบุคคลเดินทางตั้งแต่เวลา 23:00 น. ถึง 06:00 น. ของวันถัดไป นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ชื่อดังอย่าง ลูฟวร์, ออร์แซ และ ปีกัสโซ จะปิดให้บริการในวันเสาร์นี้ด้วย

ขณะเดียวกัน เมืองมาร์เซย์และเมืองลียง สั่งห้ามการชุมนุมประท้วงทั่วเมืองตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้อย่างเด็ดขาด โดยในเมืองมาร์เซย์จะระงับบริการขนส่งสาธารณะในวันเสาร์ และขยายเวลาเคอร์ฟิวให้ครอบคลุมประชาชนทุกคนในช่วงข้ามคืนจากวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. เวลา 23:00 น. ถึง 05:00 น. ของวันอาทิตย์

ส่วนในเมืองอื่นๆ อย่างเมืองนีซ, ตูลง, รูอ็อง, และเกรอน็อบล์ ก็ประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวในลักษณะคล้ายคลึงกัน

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ระบุว่า จะอนุญาตให้จัดการชุมนุมได้เฉพาะการชุมนุมของสหภาพแรงงานที่ได้รับอนุญาต โดยจะมีการกำหนดเส้นทางใหม่ ส่วนการชุมนุมที่ไม่ใช่ของสหภาพแรงงานจะถูกสั่งห้ามในทุกพื้นที่เท่าที่จะทำได้ พร้อมประณามกลุ่มฝ่ายซ้ายจัดว่าพยายามล้มล้างรัฐบาล

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนอย่างน้อย 550,000 คน ออกมาชุมนุมทั่วประเทศเพื่อประท้วงเรื่องค่าครองชีพสูงและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน แม้เบื้องต้นจะเป็นการชุมนุมอย่างสงบ แต่สถานการณ์บานปลายกลายเป็นความรุนแรง เกิดการจลาจล การปล้นสะดม และการทำลายอาคารประวัติศาสตร์ เช่น สำนักงานการท่องเที่ยวเมืองลียงถูกเผา และหอนาฬิกาของศาลาว่าการเมืองลีมอฌถูกไฟไหม้จนพังถล่ม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเผยว่า เหตุจลาจลดังกล่าวทำให้มีผู้ถูกจับกุมทั่วประเทศถึง 2,700 คน โดย 217 คนถูกตัดสินจำคุกอย่างรวดเร็วผ่านกระบวนการพิจารณาคดีแบบเร่งรัด และกว่าครึ่งของผู้ถูกควบคุมตัวไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน

ขณะที่นาย ฌอง-ดิดิเยร์ แบร์เฌ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเพิ่มกำลังตำรวจขึ้น 20% จากสัปดาห์ก่อนหน้า เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรงซ้ำในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังจากกลุ่มผู้จัดการชุมนุมเรียกร้องให้ประชาชนออกมาประท้วงอีกครั้ง


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc