กลุ่มฮูตีถล่มสนามบินในเมืองทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบียรอบใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ นอกจากนั้นยังโจมตีแหล่งน้ำมันกับท่าอากาศยานทางตอนใต้ของประเทศด้วย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 22 ต.ค. 2569 ว่า กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมายอมรับว่า พวกเขาดำเนินการโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติ “คิงฟาห์ด” (King Fahd) ในเมืองดัมมาม ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยทางการซาอุฯ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ และบาดเจ็บอีก 8 ราย
สำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบียระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นพลเมืองชาวซาอุฯ กับพลเมืองชาวอินเดีย โดยไม่เปิดเผยว่า เป็นการโจมตีด้วยอาวุธชนิดใด แต่กลุ่มฮูตีอ้างว่าพวกเขาใช้โดรนกับมิสไซล์
ด้านกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียระบุว่า กลุ่มฮูตียังโจมตีอาคารของบริษัท อารัมโค (Aramco) รัฐวิสาหกิจน้ำมันของซาอุฯ ภายในแหล่งน้ำมันชายบาห์ (Shaybah) แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถยิงสกัดโดรนที่ใช้โจมตีเอาไว้ได้ แต่เศษซากที่ตกลงมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีก 2 ศพ เป็นชาวฟิลิปปินส์และเนปาล
นายยาห์ยา ซารีอา โฆษกฝ่ายกองทัพของกลุ่มฮูตีอ้างว่า กองกำลังของพวกเขาโจมตีเป้าหมายหลายแห่ง รวมถึงกระทรวงกลาโหมในกรุงริยาด, โรงงานของอารัมโค ในเมืองยันบู และท่าอากาศยานนานาชาติ “อับฮา” (Abha) ในภาคใต้ของประเทศ แต่เขากลับไม่พูดถึงการโจมตีแหล่งน้ำมันชายบาห์
ทั้งนี้ นับตั้งแต่การสู้รบในเยเมนปะทุอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม กลุ่มฮูตีดำเนินการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์รอบช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) ในทะเลแดง รวมถึงยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าตอบโต้ที่ซาอุฯ โจมตีดินแดนของพวกเขา
ทางการซาอุดีอาระเบียระบุว่า นับตั้งแต่เข้าสู่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีสนามบินในซาอุดีอาระเบียแล้วอย่างน้อย 21 ศพ รวมเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติ คิงคาลิด ในกรุงริยาด เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 13 ศพ และบาดเจ็บอีก 308 รายด้วย
ขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีอ้างว่า กองกำลังพันธมิตรอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบีย โจมตีทางอากาศเข้าใส่พื้นที่ที่พวกเขาครอบครองในเยเมน เพื่อช่วยเหลือกองทัพฝ่ายรัฐบาล ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต 6 ศพ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc


