(ภาพจาก Jeremy Wadsworth/The Blade via AP)
ทางการสหรัฐฯ สั่งอพยพประชาชนในเมืองโทลีโด รัฐโอไฮโอ หลังเกิดเหตุสารเคมีอันตรายรั่วไหล ขณะที่มีรายงานผู้ป่วยเข้ารับการรักษาแล้วกว่า 30 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุสารเคมีอันตรายรั่วไหลจากถังเก็บที่เมืองโทลีโด รัฐโอไฮโอ ตั้งแต่เมื่อคืนวันอังคารที่ 20 ต.ค. 2569 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ส่งผลให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง หรือสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านและปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด
สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งโอไฮโอ (Ohio EPA) เปิดเผยว่า สารเคมีรั่วไหลเกิดจาก “ความผิดพลาดระหว่างการขนถ่ายสารเคมี” จากถังบรรจุขนาด 5,500 แกลลอนของบริษัท MC Tank Transport
สารเคมีที่รั่วไหลคือ ไกลซิดิล เมทาคริเลต (Glycidyl Methacrylate) ซึ่งเป็นสารไวไฟสูง ใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติกและสี โดยนาย เวด คัปซูคีวิซ นายกเทศมนตรีเมืองโทลีโด แถลงเตือนในวันพุธ (21 ต.ค.) ว่าถังดังกล่าวอาจยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระเบิดได้ภายใน 12 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่กำหนดให้พื้นที่รัศมี 1 ไมล์จากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่อพยพ ขณะที่รัศมี 3 ไมล์ ถูกกำหนดเป็นพื้นที่หลบภัยในอาคาร โดยเจ้าหน้าที่แนะให้ประชาชนปิดประตู หน้าต่าง และปิดระบบระบายอากาศที่ดึงอากาศภายนอกเข้าบ้าน
ขณะเดียวกัน เขตการศึกษาสองแห่งในเมืองโทลีโดประกาศปิดทำการเรียนการสอนหลังจากเกิดเหตุถังสารเคมีรั่วไหล
เครือข่ายสุขภาพ ProMedica รายงานว่ามีผู้ป่วยประมาณ 30 ราย เข้ารับการรักษาด้วยอาการที่คาดว่าเกี่ยวกับการรับสารเคมี ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว
นายคัปซูคีวิซระบุว่า รองนายอำเภอได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ขณะเข้าตรวจสอบเหตุการณ์เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. วันอังคาร แต่ไม่เปิดเผยอาการแน่ชัด
ทั้งนี้ สารไกลซิดิล เมทาคริเลต อาจทำให้ผู้ที่สัมผัสเกิดอาการระคายเคืองตา หรือรู้สึกถึงรสชาติแปลกๆ ในลำคอ แต่การสัมผัสในระยะสั้นจะไม่ส่งผลกระทบเรื้อรังต่อสุขภาพของสาธารณชน ยกเว้นผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ขณะที่การรับสารนี้เป็นเวลานานอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
อย่างไรก็ตาม นายคัปซูคีวิซแสดงความเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อสาธารณสุข และย้ำว่าประชาชนสามารถ “กังวลได้ แต่ไม่ควรตื่นตระหนก เพราะไม่มีเหตุให้ต้องตื่นตระหนก”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn


