อัยการไต้หวันตั้งข้อหาผู้ต้องหา 5 คน ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนทำร้ายร่างกาย "หวง อี้หาว" นักแสดงตลกชาวไต้หวัน ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้รับการว่าจ้างจากบุคคลชาวจีนให้ติดตามและจัดฉากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพื่อทำให้หวงได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถขึ้นแสดงได้ อัยการระบุว่า คดีนี้อาจเกี่ยวข้องกับการปราบปรามผู้เห็นต่างข้ามพรมแดน

อัยการไต้หวันตั้งข้อหาผู้ต้องหา 5 คน  ในคดีวางแผนทำร้ายร่างกาย "หวง อี้หาว" นักแสดงตลกเดี่ยวไมโครโฟนชาวไต้หวัน ซึ่งมีเนื้อหาการแสดงเสียดสีรัฐบาลจีนและวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ารับการว่าจ้างจากบุคคลชาวจีนให้ติดตามและทำร้ายหวง เพื่อขัดขวางไม่ให้เขาขึ้นแสดงในงานเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

สำนักงานอัยการนิวไทเประบุในแถลงการณ์ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของหวงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และวางแผนจัดฉากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยมีเป้าหมายทำให้แขนและขาของเขาหักจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและไม่สามารถขึ้นเวทีได้

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ผู้ต้องหา 2 คนถูกกล่าวหาว่าขับรถพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของหวงขณะเดินทางกลับบ้าน ส่งผลให้เขาได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูกเชิงกราน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้ ผู้ต้องหา 2 คนยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการดังกล่าวแล้ว

อัยการระบุว่า บุคคลชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งถูกระบุชื่อเพียงอักษร "K" เป็นผู้ว่าจ้างให้ดำเนินการทำร้ายหวง โดยผู้ต้องหาได้รับค่าจ้างรวม 450,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 13,900 ดอลลาร์สหรัฐ หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหายังถูกกล่าวหาว่าขอเวชระเบียนของหวง เพื่อนำไปใช้ประกอบการเรียกรับเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายจากผู้ว่าจ้างชาวจีน

สำนักงานอัยการนิวไทเประบุว่า คดีนี้เป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่มีข้อสงสัยว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้วิธีปราบปรามผู้เห็นต่างข้ามพรมแดน โดยสั่งการให้บุคคลที่กระทำผิดกฎหมายในไต้หวันใช้ความรุนแรงอย่างรุนแรงเพื่อปิดปากผู้ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างออกไป พร้อมกล่าวหาว่าผู้ต้องหายินยอมรับใช้กองกำลังต่างชาติที่เป็นปฏิปักษ์ โดยมีเป้าหมายสร้างความหวาดกลัวให้แก่สังคมไต้หวัน และแสดงให้เห็นถึงเจตนาร้ายอย่างร้ายแรง รวมถึงการไม่คำนึงถึงชีวิตมนุษย์

หลังเกิดเหตุ หวงกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่สอบสวนที่ดำเนินคดี และเตือนว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของชาวไต้หวันอาจตกอยู่ในความเสี่ยง หากจีนเข้ามาปกครองไต้หวันในอนาคต

หวงเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า เขาใช้เวลาบนเวทีเพียงประมาณ 2 นาทีครึ่งในการวิจารณ์สี จิ้นผิง แต่กลับตกเป็นเป้าของการโจมตีถึงสองครั้ง ได้แก่ เหตุการณ์ที่มีผู้ขว้างอุจจาระใส่ และการจงใจใช้รถพุ่งชน

เขาตั้งคำถามว่า หากประชาชนถูกปฏิบัติเช่นนี้เพียงเพราะวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน ทั้งที่พรรคดังกล่าวยังไม่ได้ปกครองไต้หวัน แล้วชาวไต้หวันจะสามารถรักษาเสรีภาพในการพูดไว้ได้อย่างไร หากจีนเข้ามาปกครองเกาะแห่งนี้จริง พร้อมเผยแพร่วิดีโอการแสดงที่มีเนื้อหาเสียดสีสี จิ้นผิงผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันพุธด้วย

ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤษภาคม มีผู้ถูกดำเนินคดี 2 คน หลังจากก่อเหตุขว้างอุจจาระและสีใส่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในกรุงไทเป เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่หวงจะมีกำหนดขึ้นแสดง นอกจากนี้ บุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์จีนรายอื่นในไต้หวันก็เคยตกเป็นเป้าการโจมตีเช่นกัน โดยในปี 2562 เดนิส โฮ นักร้องและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกง ถูกชายสวมหน้ากากขว้างสีแดงใส่ระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมสนับสนุนประชาธิปไตยฮ่องกงในกรุงไทเป

ด้านสภากิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวันออกแถลงการณ์แยกต่างหากว่า บุคคลใดก็ตามที่รับคำสั่งจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือผู้ร่วมมือ เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการปราบปรามผู้เห็นต่างข้ามพรมแดน จะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีการผ่อนปรน

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวันที่ยืดเยื้อมานาน โดยรัฐบาลปักกิ่งถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีน และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังเพื่อผนวกรวมเกาะแห่งนี้ ขณะที่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างอธิปไตยของจีน และยืนยันว่าอนาคตของไต้หวันต้องเป็นการตัดสินใจของประชาชนไต้หวันเท่านั้น

ทั้งนี้ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญของไต้หวัน ขณะที่ทางการไต้หวันกล่าวหาจีนเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ว่าพยายามใช้มาตรการปราบปรามข้ามพรมแดนเพื่อคุกคามบุคคลที่ถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนเอกราชหรือมีจุดยืนทางการเมืองที่รัฐบาลจีนไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนยังไม่ได้ตอบคำขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีนี้.


ที่มา The Taipei Times / Reuters