"จิโอ แพลตฟอร์มส" (Jio Platforms) บริษัทธุรกิจโทรคมนาคมและดิจิทัลในเครือ "รีไลแอนซ์ อินดัสทรี" ของมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของอินเดีย "มูเกช อัมบานี" ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โดยได้รับยอดจองซื้อเต็มจำนวนภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง หลังเปิดให้จองซื้อวันนี้ โดยการเสนอขายหุ้นมูลค่า 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้ คาดว่าจะเป็นการขายหุ้น IPO ครั้งใหญ่ที่สุดของอินเดีย

จิโอ แพลตฟอร์มส บริษัทในเครือ "รีไลแอนซ์ อินดัสทรี" ของมหาเศรษฐีมูเกช อัมบานี ซึ่งร่ำรวยเป็นอันดับ 2 ของอินเดีย ได้รับยอดจองซื้อหุ้นในการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือ IPO เต็มจำนวนภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง หลังเปิดรับจองซื้อเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นับเป็นการเสนอขายหุ้นครั้งสำคัญของตลาดทุนอินเดีย และเป็นการเสนอขายหุ้นครั้งแรกของกลุ่มรีไลแอนซ์ในรอบ 20 ปี

จิโอ แพลตฟอร์มส ตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 302,000 ล้านรูปี หรือ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการออกหุ้นใหม่ โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้นไว้ที่หุ้นละ 1,065-1,119 รูปี และจะปิดรับจองซื้อในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ เงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นจะนำไปชำระคืนเงินกู้ที่ใช้ในการสร้างและขยายธุรกิจ Reliance Jio Infocomm ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย

จิโอ แพลตฟอร์มส เป็นบริษัทแม่ของธุรกิจโทรคมนาคม "จิโอ" ซึ่งมีผู้ใช้บริการมากกว่า 500 ล้านราย ทำให้เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกเมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้บริการในประเทศเดียว รองจาก China Mobile ของจีน นอกจากนี้ บริษัทยังมีนักลงทุนรายใหญ่ระดับโลกอย่างเมตา และกูเกิล ในเครืออัลฟาเบต รวมถึงนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ

การเสนอขายหุ้นครั้งนี้ประเมินมูลค่ากิจการจิโอ แพลตฟอร์มส ไว้สูงสุดที่ 108,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตามกำหนดในวันที่ 28 ตุลาคม บริษัทอาจก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของอินเดีย โดยมูลค่าตลาดของ Bharti Airtel ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญอยู่ที่ประมาณ 123,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า นักลงทุนสถาบันจองซื้อหุ้นในส่วนที่จัดสรรไว้ให้มากถึง 3.92 เท่า ขณะที่นักลงทุนรายย่อยซึ่งได้รับการจัดสรรหุ้นประมาณหนึ่งในสามของการเสนอขายทั้งหมด มียอดจองซื้ออยู่ที่ 0.35 เท่าของจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ในช่วงเวลาที่มีการรายงานข้อมูล

ความรวดเร็วในการจองซื้อสร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์ เนื่องจากการเสนอขายหุ้น IPO ขนาดใหญ่ในอินเดียมักได้รับยอดจองซื้อเต็มจำนวนในช่วงท้ายของระยะเวลาเสนอขาย เช่น การเสนอขายหุ้นของตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติอินเดีย มูลค่า 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้มียอดจองซื้อเพียงร้อยละ 42 ในวันแรก ขณะที่การเสนอขายหุ้นของ Hyundai Motor India มียอดจองซื้อเพียงร้อยละ 18 ในวันแรก

อัยศวรรยา ดาธีช ผู้ก่อตั้ง Fident Asset Management กล่าวว่า ความสำเร็จของ Jio มาจากพื้นฐานธุรกิจโทรคมนาคมที่แข็งแกร่ง โดย Jio ได้เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของอินเดีย และเสนอขายหุ้นในระดับมูลค่าที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

ธุรกิจโทรคมนาคม Jio เริ่มให้บริการในปี 2559 ภายใต้การนำของอากาช อัมบานี บุตรชายของมูเกช อัมบานี โดยใช้กลยุทธ์เสนออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาต่ำมาก พร้อมโทรศัพท์เสียงฟรี ส่งผลให้สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งอย่าง Bharti Airtel และ Vodafone Idea ได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันรายได้มากกว่าร้อยละ 90 ของจิโอ แพลตฟอร์มส มาจากธุรกิจโทรคมนาคม

ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จิโอ แพลตฟอร์มส มีรายได้ประมาณ 15,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำไรประมาณ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนักวิเคราะห์มองว่าขนาดธุรกิจ โครงข่ายโทรคมนาคม และฐานลูกค้าที่มีอยู่จำนวนมากเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว

ก่อนเปิดขายหุ้น IPO บริษัทได้จัดสรรหุ้นมูลค่า 853 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่นักลงทุนรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึง Abu Dhabi Investment Authority และ BlackRock หลังจากหุ้นในส่วนที่จัดสรรให้นักลงทุนกลุ่มนี้ได้รับยอดจองซื้อรวมมากกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ข้อมูลที่รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ยอดจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันสูงกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ล่วงหน้าถึงประมาณ 30 เท่า

ความสำเร็จของ IPO เกิดขึ้นแม้ตลาดหุ้นอินเดียโดยรวมจะซบเซา โดยดัชนี Nifty 50 ซึ่งติดตามหุ้นชั้นนำ 50 บริษัทของประเทศ ปรับตัวลดลงมากกว่าร้อยละ 12 ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาด IPO ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เสนอขายหุ้นในระดับมูลค่าที่น่าสนใจ และธุรกิจเทคโนโลยีที่สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วยังคงดึงดูดเงินลงทุน

อย่างไรก็ตาม จิโอ แพลตฟอร์มสยังเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ทั้งสงครามราคาและความเป็นไปได้ที่ลูกค้าจะเปลี่ยนไปใช้บริการของคู่แข่ง นอกจากนี้ บริษัทยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ เนื่องจากรัฐบาลอินเดียกำกับดูแลธุรกิจโทรคมนาคมอย่างเข้มงวด

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งสเปซเอ็กซ์ ซึ่งให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ ยังเคยวิพากษ์วิจารณ์มูเกช อัมบานีผ่านแพลตฟอร์ม X ในช่วงที่สตาร์ลิงก์กำลังรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายเพื่อเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในอินเดีย โดยมัสก์ระบุว่าสตาร์ลิงก์จะเสนอราคาที่ประชาชนอินเดียเข้าถึงได้ และตั้งคำถามถึงอิทธิพลของอัมบานีในประเทศ ทั้งนี้ อัมบานีและ รีไลแอนซ์ ไม่ได้ตอบโต้ข้อวิจารณ์ดังกล่าวโดยตรง

สำหรับกลุ่มรีไลแอนซ์ นั้น บริษัท รีไลแอนซ์ อินดัสทรี เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2520 และมีนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากที่ถือหุ้นมาเป็นเวลานาน โดยนับตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของข้อมูลที่ LSEG มีอยู่ ราคาหุ้นรีไลแอนซ์ที่ซื้อขายในตลาดมุมไบปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 330 เท่า สะท้อนบทบาทของบริษัทในฐานะการลงทุนระยะยาวของชาวอินเดียจำนวนมาก

การเสนอขายหุ้นจิโอ แพลตฟอร์มส ยังถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารงานของคนรุ่นใหม่ในตระกูลอัมบานี โดยอากาช อัมบานี กรรมการผู้จัดการจิโอ แพลตฟอร์มส และอิชา อัมบานี กรรมการบริหารของ Reliance Retail Ventures ซึ่งเป็นบุตรฝาแฝดของมูเกช อัมบานี เป็นผู้นำการนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุน ขณะที่มูเกช อัมบานีไม่ได้เข้าร่วมพบปะนักลงทุนและผู้ถือหุ้นด้วยตนเองในครั้งนี้

ทั้งนี้ มูเกช อัมบานีเคยประกาศแผนนำ Jio เข้าจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2562 โดยตั้งเป้าดำเนินการภายใน 5 ปี แต่แผนดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปหลายครั้ง รวมถึงในปี 2568 และความต้องการลงทุนในตลาด IPO ที่ลดลงหลังสงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้กำหนดการล่าช้า

การเสนอขายหุ้นครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญของชาวฮินดู ซึ่งถือเป็นช่วงมงคลสำหรับการจับจ่ายและการลงทุนในอินเดีย ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ารีไลแอนซ์จ่ายเงินเดือนให้พนักงานมากกว่า 400,000 คนเร็วกว่ากำหนดประมาณ 15 วันในเดือนนี้ และช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแก่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมจองซื้อ IPO อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ตอบคำถามจากสื่อเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว.


ที่มา BBC / Reuters