อีลอน มัสก์ ระบุว่า การควบรวมบริษัทสเปซเอ็กซ์และเทสลาเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ หลังสเปซเอ็กซ์รายงานกำไรสุทธิรายไตรมาสครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น โดยมีธุรกิจให้เช่ากำลังประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการอิสระของทั้งสองบริษัทยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเงื่อนไขการควบรวมกิจการ
อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสเปซเอ็กซ์และเทสลา เปิดเผยว่าเขาสนับสนุนแนวคิดการควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัท โดยระบุว่าเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิเศษของแต่ละบริษัท ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระและจัดตั้งขึ้นตามคำร้องขอของผู้ถือหุ้น
มัสก์กล่าวว่า เขาไม่สามารถเข้าร่วมการหารือได้ เนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมเตือนว่า ยังไม่ควรมองว่าการควบรวมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตกลงเงื่อนไขของธุรกรรม และอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ นอกจากนี้ การควบรวมยังต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นเทสลา เสียงข้างมากจากหุ้นทั้งหมด ซึ่งมัสก์ระบุว่าเป็นเงื่อนไขที่ผ่านได้ยาก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสเปซเอ็กซ์รายงานกำไรสุทธิ 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาส 3 ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เทียบกับการขาดทุน 1,100 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 161% เป็น 14,600 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ธุรกิจ AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยมีรายได้ประมาณ 7,600 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าจากปีก่อน และกลายเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ที่สุดของบริษัท แซงหน้าบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ รายได้จากธุรกิจนี้มาจากการให้เช่ากำลังประมวลผลแก่บริษัท AI รวมถึงข้อตกลงให้บริการศูนย์ข้อมูลแก่ Anthropic และกูเกิล ตลอดจนการขยายบริการแชตบอต Grok และการเข้าซื้อกิจการสตาร์ตอัป Cursor ซึ่งพัฒนาเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI
อย่างไรก็ตาม สเปซเอ็กซ์ยังคงใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดยในไตรมาสดังกล่าวมีรายจ่ายลงทุน 19,600 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนด้าน AI ถึง 16,400 ล้านดอลลาร์ บริษัทระบุว่า กำลังประมวลผลเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 กิกะวัตต์ จาก 0.6 กิกะวัตต์เมื่อปีก่อน และมัสก์คาดว่าจะเพิ่มกำลังประมวลผลได้อีก 10 กิกะวัตต์ในปี 2027
ส่วนสตาร์ลิงก์มีรายได้เพิ่มขึ้น 69% เป็น 5,200 ล้านดอลลาร์ และมีผู้ใช้บริการ 13.6 ล้านราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ต่อเดือนลดลงเหลือ 69 ดอลลาร์ จาก 83 ดอลลาร์ในปีก่อน เนื่องจากการขยายตลาดและการเสนอแพ็กเกจราคาถูกลง
ด้านจรวดสตาร์ชิปซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแผนส่งมนุษย์ไปดาวอังคารและการนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรในปริมาณมาก ได้ดำเนินกิจการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ที่สร้างรายได้เป็นครั้งแรก โดยนำดาวเทียมสตาร์ลิงก์ รุ่นใหม่ 26 ดวงขึ้นสู่วงโคจร ขณะที่มัสก์ระบุว่า บริษัททั้งสองยังมีโอกาสร่วมมือกันเพิ่มเติมในด้านซอฟต์แวร์ AI การออกแบบชิป หุ่นยนต์ และระบบประมวลผลข้อมูลในอวกาศ
ภายหลังมัสก์แสดงความเห็นเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ หุ้นสเปซเอ็กซ์ปรับตัวขึ้นระหว่างการซื้อขายนอกเวลาทำการ โดยรายงานระบุว่าราคาหุ้นเพิ่มขึ้นสูงสุดราว 8% ขณะที่หุ้นเทสลาปรับขึ้น 1.8% ในการซื้อขายช่วงเดียวกัน
สเปซเอ็กซ์เริ่มซื้อขายในตลาดหุ้นแนสแดก เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. หลังเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในราคา 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น และระดมทุนได้ประมาณ 85,700 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 2 ซึ่งเป็นรายงานฉบับแรกหลังเข้าตลาดหุ้น แสดงให้เห็นรายได้ 7,800 ล้านดอลลาร์ และขาดทุนสุทธิ 541 ล้านดอลลาร์ ก่อนพลิกกลับมาทำกำไรในไตรมาสล่าสุด
รายงานระบุว่า การหารือเรื่องควบรวมเริ่มต้นขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และอาจนำไปสู่การที่ สเปซเอ็กซเข้าซื้อกิจการเทสลา แม้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ มัสก์ถือหุ้นสเปซเอ็กซ์ประมาณ 48.4% ณ วันที่ 30 มิถุนายน และควบคุมสิทธิออกเสียงมากกว่า 82% ผ่านหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงพิเศษ ขณะที่ถือหุ้นเทสลาประมาณ 20%
มัสก์ยังคาดการณ์ว่าสเปซเอ็กซ์อาจมีรายได้ประจำต่อปีระหว่าง 500,000 ล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 จากความต้องการใช้กำลังประมวลผลสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทคาดว่า รายจ่ายลงทุนในไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 35,000–40,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเดินหน้าโครงการ Terafab ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนด้านการผลิตชิประหว่างสเปซเอ็กซ์กับเทสลา โดยตั้งเป้าผลิตชิปทดสอบชุดแรกในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน 2027 และเริ่มผลิตในปริมาณมากภายในไตรมาส 3 ของปี 2028
ทั้งนี้ สเปซเอ็กซ์ยังคงต้องพิสูจน์ความสามารถในการนำจรวดสตาร์ชิปกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างน่าเชื่อถือ และให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวมีความสำคัญต่อแผนขยายเครือข่ายดาวเทียมสตาร์ลิงก์และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI ในอวกาศในระยะยาว.
ที่มา Reuters / AFP


