โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ทำข้อตกลงยุติสงครามกับรัสเซียโดยเร็ว ชี้ประชาชนชาวยูเครนอาจทนกับสถานการณ์เช่นนี้ต่อไปได้อีกไม่นาน
ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับเคียฟตึงเครียดขึ้น หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินหน้ากดดันยูเครนให้ทำข้อตกลงยุติสงครามกับรัสเซียที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปีโดยเร็ว แถมยังแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อมอสโก โดยทรัมป์เผยว่าได้ขอให้วลาดิเมียร์ ปูติน ปล่อยตัวชาวอเมริกันที่ถูกกองกำลังรัสเซียจับกุมในยูเครนแล้ว
ทรัมป์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ ต้องการให้เซเลนสกีทำข้อตกลง และเชื่อว่าผู้นำยูเครนสามารถดำเนินการได้ พร้อมกล่าวว่าเซเลนสกีอาจบรรลุข้อตกลงได้ตั้งแต่ 2 ปีก่อน ในช่วงที่ทั้งคู่เคยหารือกันที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว
ทรัมป์ยังกล่าวว่า เซเลนสกีจำเป็นต้องแสดงความต้องการที่จะทำข้อตกลง เพราะเขาไม่คิดว่าประชาชนยูเครนจะยอมทนกับสถานการณ์เช่นนี้ต่อไปได้อีกนาน
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการให้สงครามยุติลง ขณะที่ยูเครนยังคงยืนยันว่าต้องมีส่วนร่วมในการเจรจาทุกครั้งที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศ
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับกรุงเคียฟตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังทรัมป์ผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียบางส่วน เพื่อเปิดทางให้เกิดข้อตกลงจัดหาน้ำมันดีเซลกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย อีกทั้งยังวิจารณ์เซเลนสกีว่าเป็นผู้ก่อสงคราม จากกรณียูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 หลังทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ไม่นาน เขาและเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยเผชิญหน้ากับเซเลนสกีอย่างดุเดือดต่อหน้าสื่อ ระหว่างการหารือที่ห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ
ล่าสุด เซเลนสกีได้พบกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงแนวทางคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับยูเครน
เซเลนสกีแสดงความยินดีต่อการกลับมาแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐฯ ซึ่งช่วยเตือนยูเครนล่วงหน้าเกี่ยวกับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจากรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนยืนยันว่า เคียฟต้องมีส่วนร่วมในการหารือใด ๆ ที่จะกำหนดอนาคตของประเทศ ไม่ใช่ปล่อยให้มหาอำนาจตัดสินใจแทนยูเครน
รัฐบาลยูเครนมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อท่าทีของทรัมป์ ซึ่งมักกล่าวโทษยูเครนว่ามีส่วนทำให้การยุติสงครามไม่ประสบผลสำเร็จ พร้อมแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อปูตินมากขึ้น
นอกจากประเด็นสงครามแล้ว ทรัมป์ยังเปิดเผยว่าได้หารือกับปูตินเกี่ยวกับการปล่อยตัวสตีเฟน ฮับบาร์ด ชาวอเมริกันที่ถูกกองกำลังรัสเซียจับกุมในยูเครนเมื่อหลายปีก่อน โดยระบุว่าได้พูดคุยกับผู้นำรัสเซียเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง และได้ร้องขอให้ปล่อยตัวฮับบาร์ด
ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ขอให้ปูตินปล่อยตัวฮับบาร์ด และขอให้ติดตามดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ พร้อมบอกผู้สื่อข่าวว่าให้กลับมาถามเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในอีกไม่กี่วัน เพราะเขาสามารถทำสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการหารือ หรือระบุว่าจะมีการปล่อยตัวฮับบาร์ดเมื่อใด.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ


