เจ้าชายแฮร์รี่ยืนยันว่าต้องการคืนดีกับพระบิดาและพระเชษฐา พร้อมเปิดเผยว่า การที่พระองค์กับครอบครัวตัดสินใจกลับมาอยู่อังกฤษ ก็เพื่อให้ลูกๆ ได้เรียนในอังกฤษและอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น

สำนักข่าว บีบีซี รายงานเมื่อ 20 ต.ค. 2569 ว่า เจ้าชายแฮร์รี่ พระชนมายุ 42 พรรษา ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร GQ ที่นครนิวยอร์กเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า พระองค์ต้องการซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระบิดา และเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา

เจ้าชายแฮร์รี่ตรัสว่า “บางคนอาจไม่อยากให้มันราบรื่น แต่ผมอยากให้มันสำเร็จ ท่ามกลางทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลก สิ่งสำคัญที่สุดคือการกลับมาคืนดีกัน นั่นคือหัวใจสำคัญ”

พระองค์ระบุเพิ่มเติมว่า “บาดแผลทางใจจะคงอยู่ตลอดไป แต่สิ่งสำคัญคือมุมมองและทัศนคติของคุณต่อสิ่งที่เคยเกิดขึ้น การปล่อยวางอดีตคือสิ่งที่ผมอยากสนับสนุนให้ทุกคนทำ”

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงยอมรับว่าเรื่องราวความขัดแย้งในพระราชวงศ์นี้เป็นที่สนใจอย่างมากของสาธารณชน โดยทรงกล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่ “เข้าถึงและเชื่อมโยงกับความรู้สึกของผู้คนได้อย่างยิ่ง”

“ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง ความสัมพันธ์ที่แตกหักระหว่างลูกกับพ่อแม่ หรือลูกกับพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ในกลุ่มคนที่ผมได้พูดคุยด้วย” เจ้าชายแฮร์รี่เผย

เมื่อถูกถามเรื่องสาเหตุที่พระองค์ตัดสินใจเดินทางกลับอังกฤษ หลังแยกไปอยู่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2563 เจ้าชายแฮร์รี่ตอบว่า “เพื่อโอกาสของครอบครัว การได้ส่งลูกๆ เข้าเรียนในโรงเรียนของอังกฤษมีความหมายต่อผมมาก ผมไม่เคยรู้เลยว่ามันสำคัญกับผมขนาดนี้”

“พวกเขา (เจ้าชายอาร์ชีกับเจ้าหญิงลิลิเบต) รักมันมาก และมันให้ประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง” เจ้าชายแฮร์รี่ตรัสและเสริมว่ากลับอังกฤษจะเกิดขึ้นเพื่อ “การได้กลับมาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น และได้อยู่บนแผ่นดินอังกฤษนานกว่าแค่ไม่กี่วันหรือสัปดาห์”

เจ้าชายแฮร์รี่ตรัสถึงพระบิดาหลังจากได้รับการรักษาโรคมะเร็งด้วยว่า พระองค์มี “พระอาการดีขึ้นเรื่อยๆ”

พระองค์ยังทรงพูดถึงการเติบโตมากับความสูญเสียเจ้าหญิงไดอานา พระมารดา ในปี 2540 ว่า ปัจจุบันทรงสามารถนำความทรงจำของพระมารดามาเป็นพลังในการทำงาน แทนที่จะปล่อยให้ความเศร้าจมดิ่งหรือดึงรั้งพระองค์ไว้ได้แล้ว

“ผมชอบความจริงที่ว่า ตอนนี้ผมสามารถนำความทรงจำของพระมารดาติดตัวไปกับการทำงานได้ แทนที่จะปล่อยให้มันดึงผมลง ดึงผมกลับไป หรือจมดิ่งอยู่กับความเศร้าโศกนั้น”

เจ้าชายแฮร์รี่ย้ำด้วยว่า พระองค์ไม่ได้ต้องการความสงสารจากสาธารณชน เพราะทรงมีเครือข่ายสนับสนุน ได้ผ่านการบำบัดจิตใจหลายรูปแบบ และลงมือดูแลตัวเองอย่างจริงจัง

“ผมไม่ต้องการความสงสารแน่นอน เราผ่านจุดนั้นมาไกลมากแล้ว ทำไมน่ะเหรอ? เพราะผมเป็นเจ้าชาย ผมมีเครือข่ายคอยช่วยเหลือ ผมผ่านการบำบัดมาหลายรูปแบบ และผมลงมือทำมันอย่างจริงจัง ผมยังสงสัยเลยว่าถ้าผมไม่ได้ทำ ผมจะไปอยู่ ณ จุดไหน ซึ่งมันอาจเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างออกไปมากๆ”

ทั้งนี้ โฆษกของประจำตัวเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนออกมาชี้แจงเกี่ยวกับช่วงเวลาในการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ว่า บทสัมภาษณ์นี้บันทึกไว้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน และการเลือกเวลาเผยแพร่เป็นสิทธิ์ของสำนักพิมพ์โดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงไม่อยากให้ตีความอะไรจากช่วงเวลาการลงข่าว

โฆษกยืนยันด้วยว่า ประโยคที่เจ้าชายแฮร์รี่ตรัสว่า “บางคนไม่อยากให้มันราบรื่น” นั้น ไม่ได้เป็นการแซะหรือพาดพิง เจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา หรือสมาชิกพระราชวงศ์คนใดทั้งสิ้น


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc