ชายชาวอังกฤษ 2 คนถูกจับซ้ำอีกครั้งในฐานะผู้ต้องสงสัยช่วยเหลือหน่วยข่าวกรองของอิหร่าน หลังเคยถูกจับมาแล้วตามหลังเหตุพยายามโจมตีฐานทัพแฟร์ฟอร์ด เมื่อเดือนก่อน แต่ได้ประกันตัว
เมื่อวันอังคารที่ 20 ต.ค. 2569 ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า พวกเขาจับกุมตัวชายชาวอังกฤษอายุ 24 ปี กับชายผู้ถือสองสัญชาติชาวอังกฤษกับอิหร่าน วัย 25 ปี ในฐานะผู้ต้องสงสัยช่วยเหลือหน่วยข่าวกรองต่างชาติ โดยตำรวจระบุว่านี่เป็นการสืบสวนที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่มีการพบรถยนต์น่าสงสัย 3 คันมุ่งหน้าไปยังฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด” (RAF Fairford) ในมณฑลกลอสเตอร์เชียร์ จนต้องมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับร้ายแรงและอพยพประชาชนในบริเวณใกล้เคียง
ตำรวจและหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบรถตู้ 3 คันใกล้ฐานทัพ และพบน้ำมันเบนซินบรรจุอยู่ภายใน แม้ในเวลาต่อมาตำรวจจะระบุว่าไม่พบระเบิดแสวงเครื่อง (IEDs) ก็ตาม
จนถึงปัจจุบัน มีผู้ถูกจับกุมในคดีนี้รวมทั้งหมด 7 คน โดยทั้งหมดได้รับการประกันตัวเป็นอิสระ จนกระทั่งชาย 2 คนดังกล่าวถูกจับกุมตัวอีกครั้ง
ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่รัฐบาลอิหร่านจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเชิงลึกถึงระดับความเกี่ยวข้องและจุดประสงค์ที่แท้จริง
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแฮม แห่งสหราชอาณาจักรกล่าวอ้างว่า มี “สัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจน” ว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่แฟร์ฟอร์ด ขณะที่ทางการอิหร่านออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง
ทั้งนี้ ฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ดถูกกองทัพอากาศสหรัฐฯ ใช้เป็นฐานปฏิบัติการแนวหน้า และใช้ฐานทัพแห่งนี้เป็นจุดส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 และ B-52 ไปปฏิบัติภารกิจโจมตีอิหร่านในสงครามที่เริ่มขึ้นตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และสถานการณ์ยังคงคุกรุ่นมาจนถึงตอนนี้
หลังเหตุการณ์ที่ฐานทัพแฟร์ฟอร์ด สหรัฐฯ ตัดสินใจถอนเครื่องบินทิ้งระเบิดออกจากฐานทัพกลับประเทศ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเป็นการถอนกำลังเนื่องจาก “ภัยคุกคามบางอย่าง” ต่อฐานทัพ ขณะที่รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ระบุว่าเป็นการทำเพื่อเฝ้าระวังขั้นสูงสุด
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc


