ฝรั่งเศสเตรียมบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวเพิ่มเติมในพื้นที่ที่จำเป็น หลังการประท้วงต่อต้านค่าครองชีพและปัญหาสภาพการเรียนการสอนในโรงเรียนลุกลามเป็นเหตุจลาจลและความรุนแรงในหลายเมือง มีผู้ถูกควบคุมตัวมากกว่า 2,500 คน และมีผู้ถูกจำคุกแล้ว 67 คน ขณะที่ทางการจับกุมผู้ต้องสงสัยวางเพลิงศาลาว่าการเมืองลีมอฌ อายุเก่าแก่กว่า 140 ปี ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด
เซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ประกาศว่า รัฐบาลจะบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวเพิ่มเติมในพื้นที่ที่สถานการณ์จำเป็นต้องใช้ เพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย หลังการชุมนุมประท้วงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บานปลายเป็นเหตุจลาจล การปะทะกับเจ้าหน้าที่ และการวางเพลิงอาคารสาธารณะในหลายเมืองทั่วประเทศ
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ต.ค.) นับเป็นเหตุจลาจลบนท้องถนนครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของฝรั่งเศสในรอบหลายปี ภาพการปะทะและอาคารสาธารณะที่ถูกเผาหรือทำลายเผยแพร่ไปทั่วโลก จนหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ จีน และเยอรมนี ออกประกาศเตือนพลเมืองของตนที่อยู่ในฝรั่งเศสให้เพิ่มความระมัดระวัง
รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถคาดการณ์และควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงได้อย่างทันท่วงที จึงประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวบางส่วนในกรุงปารีสและเมืองอื่น ๆ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเลอกอร์นูระบุว่า มาตรการที่กำหนดเฉพาะพื้นที่ช่วยให้สถานการณ์ในช่วงกลางคืนสงบลง พร้อมยืนยันว่าจะเพิ่มข้อจำกัดในพื้นที่ที่จำเป็น
ตำรวจรายงานว่า คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (19 ต.ค.) โดยรวมไม่มีเหตุรุนแรงครั้งใหญ่เกิดขึ้นทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม บางเมืองยังคงมีการรวมตัวของประชาชน แม้จะมีคำสั่งห้ามชุมนุมก็ตาม
ในกรุงปารีส มีการใช้เฮลิคอปเตอร์บินตรวจการณ์เหนือจัตุรัสปลาซ เดอ ลา เรปูบลิก ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ศูนย์กลางของเหตุความไม่สงบ พร้อมใช้ไฟส่องสว่างกำลังสูงตรวจสอบว่าประชาชนปฏิบัติตามมาตรการเคอร์ฟิวหรือไม่
ส่วนเมืองบอร์โดซ์ และเมืองนีซ บนชายฝั่งริเวียราของฝรั่งเศส ต่างประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวบางส่วนเช่นกัน โดยบางพื้นที่กำหนดข้อจำกัดเฉพาะคืนวันจันทร์ถึงเช้าวันอังคาร ขณะที่บางเมืองเตรียมบังคับใช้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน
ที่เมืองลียง แม้ทางการห้ามการชุมนุม แต่มีประชาชนประมาณ 500 คนรวมตัวกันบริเวณสำนักงานการท่องเที่ยวที่ถูกวางเพลิง เพื่อแสดงความสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปล้นสะดม ผู้ชุมนุมจุดเทียนเรียงเป็นคำว่า "LYON" บนพื้น และมีป้ายเรียกร้องให้นายกเทศมนตรีเกรกอรี ดูเซต์ จากพรรคกรีนลาออก
นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบ มีผู้ถูกควบคุมตัวทั่วประเทศมากกว่า 2,500 คน และมีผู้ถูกจำคุกแล้ว 67 คน ขณะที่ผู้ประท้วงบางรายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยที่เมืองมูลูซทางตะวันออก เด็กหญิงวัย 17 ปีสูญเสียดวงตาข้างหนึ่ง ส่วนที่เมืองแซ็งเตเตียน เด็กชายวัย 17 ปีสูญเสียมือจากแรงระเบิดของระเบิดที่เจ้าหน้าที่ใช้ควบคุมฝูงชน
โลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอขอลาออกโดยยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสูญเสียการควบคุมสถานการณ์ระหว่างเหตุจลาจล อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ปฏิเสธการลาออกดังกล่าว
ขณะเดียวกัน เลอกอร์นูเตรียมหารือกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ในวันพฤหัสบดี และจะพบกับตัวแทนสหภาพแรงงานในวันพุธ นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดประชุมฉุกเฉินเพิ่มเติม รวมถึงหารือกับตัวแทนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์และลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำ
ด้านมารีน เลอแปน นักการเมืองฝ่ายขวาจัดและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี วิจารณ์ว่าเหตุจลาจลเป็นสัญญาณเตือนที่สะท้อนวิกฤตอำนาจรัฐอย่างรุนแรง ขณะที่โรลองด์ เลสกูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้คำมั่นว่าจะออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าและช่างฝีมือที่ได้รับผลกระทบ
แพทริก มาร์แต็ง ประธานสมาพันธ์ธุรกิจเมเดฟของฝรั่งเศส กล่าวว่า รัฐบาลล้มเหลวในการรับมือกับความไม่สงบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างน้อย 3,000 แห่ง ตามการประเมินเบื้องต้น
ก่อนหน้านี้ มาครงยอมรับว่าการจัดการกับเหตุประท้วงมีข้อบกพร่อง โดยขณะนี้ประธานาธิบดีฝรั่งเศสอยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศในภูมิภาคอ่าวอาหรับ เพื่อจัดหาน้ำมันและน้ำมันดีเซลเพิ่มเติม หวังบรรเทาราคาพลังงานที่สูงขึ้น สำนักประธานาธิบดีระบุว่า การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฝรั่งเศสได้รับคำมั่นว่าจะจัดส่งน้ำมันดีเซลเพิ่มอีกเดือนละ 200,000 ตันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน
เหตุจลาจลเกิดขึ้นในช่วงประมาณหกเดือนก่อนที่ฝรั่งเศสจะเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ เพื่อสืบทอดตำแหน่งต่อจากมาครง ทำให้รัฐบาลเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการฟื้นฟูความสงบและเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน
อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสจับกุมชายวัย 34 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยวางเพลิงศาลาว่าการเมืองลีมอฌ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยจับกุมได้ในจังหวัดโอต์-เวียนน์ ด้วยความช่วยเหลือจากหน่วย RAID สาขาบอร์โด ก่อนนำตัวไปควบคุมเพื่อสอบสวน
สถานีโทรทัศน์บีเอฟเอ็มทีวีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดการสอบสวนว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังด้านความมั่นคงของฝรั่งเศส หรือบัญชี S เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการฝ่ายซ้ายจัด อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ตำรวจรู้จักจากประวัติการใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในอดีต
หน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของฝรั่งเศส หรือ SDAT เข้าร่วมสอบสวนคดีนี้ โดยมุ่งตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับแนวคิดสุดโต่งที่ใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้คดียังไม่ถูกจัดเป็นคดีก่อการร้าย ส่วนสำนักงานอัยการต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติระบุว่า ผู้ต้องสงสัยยังอยู่ภายใต้การเฝ้าติดตาม
เหตุวางเพลิงเกิดขึ้นระหว่างการประท้วงต่อต้านค่าครองชีพเมื่อวันเสาร์ ซึ่งทำให้หลายเมืองของฝรั่งเศสเผชิญเหตุจลาจล ผู้ก่อความไม่สงบบุกเข้าไปในศาลาว่าการเมืองลีมอฌและจุดไฟเผาอาคาร ส่งผลให้ส่วนเก่าของศาลาว่าการซึ่งเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1883 ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ภายในอาคารส่วนเก่าได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด หลังคาและหอระฆังพังถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถรักษาอาคารส่วนต่อเติมสมัยใหม่ด้านหลังไว้ได้
กีโยม เกแร็ง นายกเทศมนตรีเมืองลีมอฌจากพรรครีพับลิกัน วิจารณ์ว่า ตำรวจมีทรัพยากรไม่เพียงพอและต้องถอยร่นเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ก่อความเสียหาย ทั้งในลิโมจส์และเมืองอื่น ๆ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนฟื้นฟูครั้งใหญ่และจัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อสร้างศาลาว่าการขึ้นใหม่ โดยกล่าวว่ารัฐบาลไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ในช่วงเกิดเหตุ
ด้านนายกรัฐมนตรีเลอกอร์นูส่งจดหมายถึงนายกเทศมนตรีลีมอฌ ให้คำมั่นว่ารัฐบาลกลางจะสนับสนุนการบูรณะศาลาว่าการ โดยระบุว่าอาคารแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของชาติที่ไม่ยอมพ่ายแพ้หรือถูกข่มขู่
รัฐบาลฝรั่งเศสยังคงเดินหน้าควบคุมสถานการณ์และประเมินความเสียหายจากเหตุจลาจล พร้อมเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม ขณะที่การสอบสวนเหตุวางเพลิงศาลาว่าการเมืองลีมอฌยังดำเนินต่อไป เพื่อระบุข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง.


