รัฐบาลอังกฤษเตรียมให้อำนาจหน่วยงานขนส่งท้องถิ่นปรับผู้โดยสารที่เปิดเพลงหรือวิดีโอเสียงดังบนรถโดยสารประจำทางสูงสุด 100 ปอนด์ หรือราว 4,470 บาท หากไม่ยอมปฏิบัติตามคำขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ให้ผู้โดยสารใช้หูฟังและเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น หวังลดพฤติกรรมต่อต้านสังคมบนระบบขนส่งสาธารณะ ท่ามกลางเสียงสนับสนุนและข้อกังวลเรื่องการบังคับใช้กฎ
รัฐบาลอังกฤษเตรียมเดินหน้ามาตรการปราบปรามพฤติกรรมรบกวนผู้อื่นบนระบบขนส่งสาธารณะ โดยผู้โดยสารที่เปิดเพลงหรือวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือเสียงดังบนรถโดยสารประจำทางในอังกฤษ อาจถูกปรับสูงสุด 100 ปอนด์ หรือราว 4,470 บาท หากปฏิเสธที่จะหยุดพฤติกรรมดังกล่าวตามคำขอของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
มาตรการนี้มีเป้าหมายจัดการกับพฤติกรรมต่อต้านสังคมรูปแบบอื่น ๆ ด้วย ทั้งการทิ้งขยะ การสูบบุหรี่ไฟฟ้า และการแสดงท่าทีข่มขู่คุกคาม เพื่อให้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
รัฐบาลจะออกแนวทางให้หน่วยงานขนส่งท้องถิ่นใช้ประกอบการบังคับใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยบริการรถโดยสาร ซึ่งเปิดทางให้หน่วยงานเหล่านี้กำหนดและบังคับใช้กฎระเบียบบนรถโดยสารได้เอง โดยแนวทางดังกล่าวจะแนะนำให้มีการปรับผู้โดยสารไม่เกิน 100 ปอนด์ หากไม่ปฏิบัติตามคำขอให้ยุติพฤติกรรมที่สร้างความรำคาญ
เจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่า พนักงานขับรถโดยสารไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในการบังคับใช้กฎดังกล่าว โดยหน้าที่นี้จะเป็นของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้านการขนส่งหรือตำรวจ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเปิดตัวแคมเปญระดับประเทศสำหรับผู้โดยสารรถไฟ ภายใต้สโลแกน "ใช้ตู้โดยสารร่วมกัน ไม่ใช่แบ่งปันเสียงรบกวน" เพื่อรณรงค์ให้ผู้โดยสารใช้หูฟัง หลีกเลี่ยงการสนทนาทางโทรศัพท์ผ่านลำโพง และรับชมวิดีโอโดยไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่น
นายกรัฐมนตรีแอนดี เบอร์แนม กล่าวว่า ทุกคนคงเคยประสบเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารเปิดเพลงหรือวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือเสียงดังบนรถไฟ ซึ่งสร้างความรำคาญและทำให้การเดินทางเสียบรรยากาศได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงต้องการกระตุ้นให้ผู้โดยสารใช้หูฟัง พร้อมให้อำนาจผู้นำท้องถิ่นจัดการกับการเปิดเพลงเสียงดัง การสูบบุหรี่ไฟฟ้า และการทิ้งขยะบนรถโดยสาร
สำหรับรถไฟ บริษัทผู้ให้บริการเดินรถมีอำนาจปรับผู้โดยสารได้สูงสุด 1,000 ปอนด์อยู่แล้วในกรณีพฤติกรรมลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อผู้โดยสารได้รับคำเตือนให้หยุด แต่ยังฝ่าฝืน และอาจถูกนำตัวลงจากรถไฟด้วย
พฤติกรรมเปิดเสียงจากโทรศัพท์มือถือโดยไม่ใช้หูฟัง หรือที่เรียกกันว่า "loudcasting" หรือ "sodcasting" กลายเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจในอังกฤษ โดยผลสำรวจจากหลายหน่วยงาน รวมถึงสำนักงานกำกับดูแลการสื่อสารของอังกฤษ (Ofcom) บริษัทสำรวจความคิดเห็น YouGov และหน่วยงานขนส่งลอนดอน (TfL) สะท้อนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจกับพฤติกรรมดังกล่าว
แม้กลุ่มรณรงค์และผู้เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งบางส่วนจะสนับสนุนมาตรการใหม่ แต่ยังมีข้อสงสัยว่าจะบังคับใช้ได้จริงเพียงใด โดยเฉพาะบนรถโดยสารซึ่งไม่มีตำรวจขนส่งประจำอยู่เหมือนระบบรถไฟบางส่วน
แมเรียม เอสลัมดัสต์ เลขาธิการสหภาพแรงงานขนส่ง TSSA กล่าวว่า การจัดการพฤติกรรมต่อต้านสังคมบนระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาความรุนแรง การข่มขู่ และการคุกคามที่ผู้โดยสารและพนักงานขนส่งต้องเผชิญด้วย พร้อมระบุว่า การเพิ่มงบประมาณให้ตำรวจขนส่งอังกฤษมีความสำคัญต่อการคุ้มครองประชาชน การรับมือเหตุการณ์ และการนำผู้กระทำความผิดรุนแรงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ไมเคิล โซโลมอน วิลเลียมส์ จากองค์กรรณรงค์เพื่อการขนส่งที่ดีขึ้น (Campaign for Better Transport) กล่าวว่า พฤติกรรมต่อต้านสังคมอาจทำให้ประชาชนไม่อยากใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการ เขาตั้งคำถามว่า หน่วยงานท้องถิ่นจะบังคับใช้มาตรการบนรถโดยสารอย่างไร และตำรวจในพื้นที่จะเข้ามามีบทบาทมากน้อยเพียงใด
ด้านริชาร์ด โฮลเดน รัฐมนตรีเงาด้านคมนาคมจากพรรคอนุรักษนิยม กล่าวว่า รัฐบาลเพิ่งตระหนักว่าผู้โดยสารไม่ต้องการทนฟังเพลงอิเล็กทรอนิกส์เสียงกระหึ่มหรือฮิปฮอปที่เปิดดังลั่นบนรถไฟและรถโดยสารที่มีผู้คนหนาแน่น แต่เขาเห็นว่าผู้โดยสารและพนักงานรถไฟยังเผชิญปัญหาที่ร้ายแรงกว่านั้น โดยการทำร้ายพนักงานรถไฟเพิ่มขึ้นร้อยละ 68 ขณะที่การดำเนินคดีลดลง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย การแก้ปัญหาความรุนแรง และการคุ้มครองพนักงาน
โอลลี โกลเวอร์ สส.และโฆษกด้านคมนาคมของพรรคเสรีประชาธิปไตย กล่าวว่า การประกาศใช้มาตรการเข้มงวดไม่มีความหมาย หากไม่มีการบังคับใช้จริง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้านการขนส่งลงปฏิบัติงานในพื้นที่
ขณะที่ชารอน เกรแฮม เลขาธิการสหภาพแรงงาน Unite เห็นว่า ข้อเสนอของรัฐบาลแม้มีเจตนาดี แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาและความรุนแรงที่พนักงานรถโดยสารต้องเผชิญในแต่ละวัน และบทลงโทษที่เสนอขึ้นมาไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่พนักงานกำลังเผชิญได้ทั้งหมด
องค์กร Transport Focus ซึ่งทำหน้าที่ติดตามและคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ใช้บริการขนส่ง ระบุว่า ผลการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายนพบว่า ความปลอดภัยส่วนบุคคลและความมั่นคงระหว่างเดินทางกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้โดยสารรถไฟ
อเล็กซ์ แคมป์เบลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและข้อมูลเชิงลึกขององค์กร กล่าวว่า ผู้โดยสาร 4 ใน 10 คนระบุว่า เคยรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือรู้สึกเปราะบางขณะเดินทาง เนื่องจากพฤติกรรมต่อต้านสังคม พร้อมชี้ว่า มาตรการลดพฤติกรรมสร้างความรำคาญ เช่น การเปิดเพลงเสียงดังและการสูบบุหรี่ไฟฟ้า อาจช่วยปรับปรุงประสบการณ์การเดินทางและจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ นายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน เคยเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ให้ผู้โดยสารเดินทางอย่างมีน้ำใจ รวมถึงการใช้หูฟัง ส่วนพรรคเสรีประชาธิปไตยเคยเสนอให้เพิ่มค่าปรับผู้โดยสารที่เปิดเพลงเสียงดังบนรถโดยสารและรถไฟเป็นสูงสุด 1,000 ปอนด์
รัฐบาลอังกฤษหวังว่า มาตรการใหม่และการรณรงค์ระดับประเทศจะช่วยลดพฤติกรรมรบกวนผู้อื่น และทำให้การเดินทางร่วมกันในพื้นที่สาธารณะเป็นไปอย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของมาตรการยังขึ้นอยู่กับความชัดเจนในการบังคับใช้และจำนวนเจ้าหน้าที่ที่สามารถเข้าดูแลเหตุการณ์ได้จริง.


