กรุงปักกิ่งของจีนคาดว่าจะเข้าสู่ "ภาวะสังคมสูงวัยระดับสุดยอด" ภายในปี 2035 โดยประชากรประมาณ 1 ใน 3 คาดว่าจะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยรายงานล่าสุดสิ้นปี 2025 ปักกิ่งมีผู้สูงอายุเกือบ 5.29 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 24.3 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ทางการเร่งขยายระบบบำนาญ บริการดูแลผู้สูงอายุ และการดูแลที่บ้าน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
หนังสือพิมพ์ปักกิ่งเดลีรายงานว่า กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ภายในปี 2035 โดยคาดว่าประชากรมากกว่าร้อยละ 33 จะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด
ข้อมูลที่เปิดเผยในการประชุมภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ ก่อนเทศกาลฉงหยาง หรือเทศกาลผู้สูงอายุของจีน ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 ปักกิ่งมีประชากรที่พำนักถาวรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 5.288 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 24.3 ของประชากรเมือง
เพื่อรับมือกับสังคมสูงวัยที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทางการปักกิ่งได้เพิ่มมาตรการดูแลผู้สูงอายุในหลายด้าน ทั้งการปรับปรุงกฎหมายและหลักประกันทางสังคม การเพิ่มเงินบำนาญขั้นพื้นฐาน การขยายบริการดูแลสุขภาพ และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานพยาบาลกับหน่วยงานที่ให้บริการดูแลผู้สูงอายุ
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ปักกิ่งประกาศใช้ข้อกำหนดท้องถิ่นฉบับแรกที่ครอบคลุมการให้บริการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดตั้งเครือข่ายบริการดูแลผู้สูงอายุ 3 ระดับ ครอบคลุมเขตการปกครอง ตำบลหรือชุมชนระดับย่อย และชุมชนหรือหมู่บ้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นยังปรับเพิ่มเงินบำนาญขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนทั้งในเขตเมืองและชนบทอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดสรรเงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุนสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ ในปี 2025 มีการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าวประมาณ 3,510 ล้านหยวน หรือราว 525 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาทางการเงิน ผู้ที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ และผู้ที่มีอายุมากเป็นพิเศษ
ปัจจุบัน ปักกิ่งมีสถานดูแลผู้สูงอายุที่จดทะเบียนแล้ว 620 แห่ง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระดับภูมิภาค 168 แห่ง และสถานีบริการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนมากกว่า 1,500 แห่ง โดยมีเตียงรองรับรวมประมาณ 155,000 เตียง
ขณะเดียวกัน ทางการยังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุที่มีอายุมากมากเป็นพิเศษ ผ่านบริการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ การลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม การเยี่ยมเยียนเพื่อสวัสดิการอย่างสม่ำเสมอ และการให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน
เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของตนเอง ปักกิ่งจึงเร่งพัฒนาเครือข่ายบริการดูแลผู้สูงอายุที่สามารถเข้าถึงได้ภายใน 15 นาที ปัจจุบันมีจุดให้บริการอาหารสำหรับผู้สูงอายุที่จดทะเบียนแล้วเกือบ 3,000 แห่ง ครอบคลุมชุมชนเมืองและชนบทร้อยละ 90 และมีแผนเพิ่มเตียงสำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านอีก 30,000 เตียงภายใน 3 ปีข้างหน้า
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาสังคมสูงวัยในระดับประเทศของจีน ซึ่งมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 323.38 ล้านคน ณ สิ้นปี 2025 คิดเป็นร้อยละ 23 ของประชากรทั้งหมด
การเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม และผู้ที่อาศัยอยู่ตามลำพัง ทำให้ความต้องการบริการดูแลระยะยาวเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การขาดแคลนบุคลากรวิชาชีพด้านการดูแลผู้สูงอายุยังเป็นความท้าทายสำคัญ
นอกจากผลกระทบต่อระบบสวัสดิการและงบประมาณบำนาญแล้ว การลดลงของประชากรและการเกิดที่น้อยลงยังสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจจีน เนื่องจากจำนวนแรงงานมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการเพิ่มขึ้น และจำนวนครัวเรือนที่ลดลงในอนาคตอาจทำให้การบริโภคภายในประเทศเติบโตช้าลง
รัฐบาลจีนจึงต้องเร่งปรับนโยบายประชากรและระบบสวัสดิการให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อรักษาความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและรองรับความต้องการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว.
ที่มา Global Times / Reuters


