ซาอุดีอาระเบียสั่งปิดออฟฟิศของตึก คิงดอม เซ็นเตอร์ ในกรุงริยาด หลังกลุ่มฮูตีโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีรายงานเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพตกใกล้ชายแดนเยเมนด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 18 ต.ค. 2569 ว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับขึ้นหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนยกระดับการโจมตีใส่ซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงในกรุงริยาด เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นอีก

ในวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) ทางการซาอุฯ สั่งให้พนักงานของอาคาร "คิงดอม เซ็นเตอร์" (Kingdom Centre) ซึ่งเป็นตึกระฟ้าสูง 99 ชั้น แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงริยาด ในส่วนออฟฟิศทำงานจากบ้านแบบ “บังคับ” ทันทีอย่างไม่มีกำหนด

แม้ไม่ได้ระบุเหตุผลอย่างเป็นทางการ แต่คำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากกลุ่มฮูตีโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติ “คิงคาลิด” ในกรุงริยาดเมื่อสัปดาห์ก่อนจนมีผู้เสียชีวิต 13 ศพ และจนถึงตอนนี้สนามบินดังกล่าวก็ยังคงต้องปิดทำการ ขณะที่โรงเรียนจำนวนมากในเมืองหลวงต้องขยายเวลาให้นักเรียนเรียนผ่านออนไลน์ต่อไป

ขณะเดียวกัน กองกำลังพันธมิตรอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบีย ซึ่งให้การช่วยเหลือรัฐบาลเยเมนต่อสู้กับกลุ่มฮูตี เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนรุ่น AH-6i ของพวกเขา ตกในภูมิภาค “นาจราน” (Najran) บริเวณชายแดนเยเมน ส่งผลให้นักบิน 2 นายเสียชีวิต โดยระบุว่าสาเหตุมาจาก “ขัดข้องทางเทคนิค”

แต่นาย ยาห์ยา ซารี โฆษกของกลุ่มฮูตีอ้างว่า กองกำลังของพวกเขายิงเฮลิคอปเตอร์ “อาปาเช่” ของซาอุฯ ตกในภูมิภาคดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวกันหรือไม่

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การสู้รบในเยเมนปะทุอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม กลุ่มฮูตีดำเนินการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์รอบช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) ในทะเลแดง รวมถึงยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าตอบโต้ที่ซาอุฯ โจมตีดินแดนของพวกเขา

กลุ่มฮูตีเปิดเผยในวันอาทิตย์ด้วยว่า การโจมตีทางอากาศของซาอุดีอาระเบียในเยเมนทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ ซึ่งรวมถึงเด็ก 3 ราย

อีกด้านหนึ่ง รัฐสภาอียิปต์เปิดประชุมวิสามัญหลังจากประธานาธิบดี อับเดล ฟัตตอฮ์ อัสซีซี ขอความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาในการอนุมัติการสนับสนุนเพื่อป้องกันซาอุดีอาระเบียจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี โดยย้ำว่าเป็นการดำเนินการเพื่อ “ป้องกันตนเองเท่านั้น” ไม่ใช่การมุ่งโจมตีใคร


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna