ตำรวจฝรั่งเศสจับกุมผู้ประท้วงแล้วกว่า 1,800 คน หลังเกิดการจลาจลในหลายเมือง ซึ่งกลุ่มคนชุดดำสวมหน้ากากปะทะกับตำรวจ ขว้างปาระเบิดเพลิง จุดไฟเผารถยนต์และอาคาร รวมถึงบุกปล้นร้านค้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจฝรั่งเศสจับกุมตัวผู้ประท้วงแล้วกว่า 1,800 คน หลังการชุมนุมเพื่อต่อต้านปัญหาค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และปัญหาการศึกษา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ต.ค. 2569) บานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลและการปล้นสะดมในหลายเมือง โดยเฉพาะในกรุงปารีส ที่เต็มไปด้วยซากรถยนต์ถูกเผา และเศษซากปรักหักพังเกลื่อนถนน

เดิมทีประชาชนราว 550,000 คน ออกมาเดินขบวนประท้วงอย่างสงบเพื่อคัดค้านราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่แพง และบริการสาธารณะที่เสื่อมถอย รวมถึงปัญหาในโรงเรียน

แต่กลับมีกลุ่มผู้ก่อจลาจลสวมชุดดำและหน้ากากฉวยโอกาสก่อความวุ่นวาย ปะทะกับตำรวจ ขว้างปาระเบิดเพลิง จุดไฟเผารถยนต์และอาคาร รวมถึงบุกรุกปล้นสะดมร้านค้า ร้านอาหาร และห้างร้านต่างๆ ในหลายเมือง เช่น ปารีส มาร์แซย์ ลีลล์ และลียง

ศาลาว่าการเมืองลีมอฌ อายุกว่า 140 ปี ถูกผู้ก่อจลาจลเผาทำลายเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา
ศาลาว่าการเมืองลีมอฌ อายุกว่า 140 ปี ถูกผู้ก่อจลาจลเผาทำลายเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา


ผู้ก่อจลาจลก่อเหตุวางเพลิงอาคารสำนักงานการท่องเที่ยวในเมืองลียง ซึ่งนายกเทศมนตรีระบุว่าเป็นอาคารประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ศาลาว่าการเมืองลีมอฌ (Limoges) อายุเก่าแก่กว่า 140 ปี ถูกเพลิงไหม้จนหลังคาและบางส่วนของตัวอาคารพังทลายลงมา

นอกจากนั้น ร้านค้าแบรนด์เนมเช่น Louis Vuitton, Apple Store, Gucci, Ralph Lauren, Versace และร้านค้าปลีกจำนวนมาก ถูกกลุ่มผู้ฉวยโอกาสทุบทำลายกระจกหน้าร้านและเข้าไปปล้นสินค้า ขณะที่ร้านขายของ ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเพลิงไหม้และการบุกปล้น

ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อความวุ่นวายและผู้ร่วมปล้นสะดมทั่วประเทศได้มากกว่า 1,800 คน แต่ก็มีตำรวจ เจ้าหน้าที่ความมั่นคง และนักดับเพลิงกว่า 500 นาย ได้รับบาดเจ็บระหว่างการปะทะกับผู้ก่อจลาจล และมีชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนมือขาดจากระเบิดสตั้นของเจ้าหน้าที่ ที่เมืองแซ็งเตเตียน

ภายในร้าน Christian Dior ในกรุงปารีส ที่ถูกปล้นจนแทบจะว่างเปล่า หนึ่งวันหลังการปะทะกันระหว่างการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศเมื่อ 17 ต.ค. 2569
ภายในร้าน Christian Dior ในกรุงปารีส ที่ถูกปล้นจนแทบจะว่างเปล่า หนึ่งวันหลังการปะทะกันระหว่างการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศเมื่อ 17 ต.ค. 2569


ประชาชนในพื้นที่ต่างหวาดกลัวกับเหตุจลาจลที่เกิดขึ้น เช่น นายเมห์เหม็ต โอเซเดน ชาวกรุงปารีส บอกกับสื่อว่า สภาพเมืองหลังเกิดเหตุเหมือนกับ “เพิ่งผ่านสงครามมา” ขณะที่ อนิตา กราสเซิลต์ ชาวเมืองอีกคน บอกว่า รู้สึก “หวาดกลัว” ที่เห็นกลุ่มวัยรุ่นออกมาทุบทำลายทุกอย่างโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ส่วน นางมารีส เล่าด้วยความตกใจว่า เห็นกลุ่มผู้ปล้นสะดมเดินถือตะกร้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่เต็มไปด้วยของที่ขโมยมาอย่างภาคภูมิใจและหัวเราะชอบใจ ขณะที่เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าในย่านจัตุรัสกลางกรุงปารีส เผยว่าภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านแสดงให้เห็นว่า มีคนเข้ามาปล้นร้านนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยไม่มีตำรวจมาดูแล และเชื่อว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่ผู้ประท้วงที่แท้จริง แต่เป็นพวกฉวยโอกาสจากสถานการณ์

ด้าน ลอรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงอย่างสันติถูกแทรกซึมโดยกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายและกลุ่มอันธพาลที่ตั้งใจก่อความรุนแรง ซึ่งมุ่งเป้าทำลายทรัพย์สินสาธารณะและธุรกิจต่างๆ

ชาวเมืองมาร์แซย์เดินผ่านกองขยะ หนึ่งวันหลังเหตุปะทะกันระหว่างการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศคัดค้านค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ชาวเมืองมาร์แซย์เดินผ่านกองขยะ หนึ่งวันหลังเหตุปะทะกันระหว่างการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศคัดค้านค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น



ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc