ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกฯ ญี่ปุ่น เผยต้องใช้เวลาทำงานมากกว่าผู้นำชายวันละ 3-4 ชั่วโมง เพราะมีทั้งงานบ้านและแต่งหน้า จุดกระแสวิจารณ์เรื่องบทบาททางเพศ ชั่วโมงทำงานหนัก และสมดุลชีวิต
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น จุดกระแสถกเถียงเรื่องบทบาททางเพศ หลังเปิดเผยต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันพุธว่า เธอต้องใช้เวลามากกว่านายกรัฐมนตรีชายคนก่อน ๆ วันละ 3-4 ชั่วโมง เพื่อทำกิจวัตรส่วนตัวและงานบ้านที่ผู้หญิงมักต้องรับผิดชอบ
ทาคาอิจิกล่าวว่า ในตอนเช้าเธอต้องอาบน้ำ เตรียมอาหารเช้า ล้างจาน และแต่งหน้า พร้อมระบุว่าผู้ช่วยของเธอต้องใช้เวลาระยะหนึ่งจึงจะเข้าใจว่า เธอต้องใช้เวลาแต่งหน้าให้เรียบร้อยและเตรียมตัวให้ดูดีขึ้นก่อนปรากฏตัวหน้ากล้อง
อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของเธอกลับจุดกระแสวิจารณ์ว่าเป็นการตอกย้ำบทบาททางเพศแบบดั้งเดิม รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นปัญหาที่ญี่ปุ่นเผชิญมานาน โดยผู้หญิงยังต้องแบกรับภาระงานบ้านและดูแลบุตรควบคู่กับการทำงาน ขณะที่ข้อมูลรัฐบาลล่าสุดระบุว่า ผู้หญิงใช้เวลาทำงานบ้านเกือบวันละ 5 ชั่วโมง เทียบกับผู้ชายเฉลี่ยประมาณ 40 นาที
ก่อนหน้านี้ ทาคาอิจิเคยเปิดเผยว่า บางคืนเธอนอนเพียง 0-3 ชั่วโมง เพราะต้องรับมือกับภารกิจนายกรัฐมนตรีควบคู่กับงานบ้าน ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าเธอกำลังส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ตลอดจนความเท่าเทียมทางเพศ
นอกจากนี้ ทาคาอิจิยังถูกวิจารณ์เรื่องการบริหารเวลา หลังลดการปรากฏตัวในรัฐสภา และมักเก็บตัวอยู่ในที่พักช่วงกลางคืนและวันหยุด แม้จะโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์เป็นประจำก็ตาม โดยมีเสียงเรียกร้องให้เธอเข้าร่วมการอภิปรายด้านนโยบายมากขึ้น
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นระหว่างการประชุมรัฐสภาเมื่อวันพุธ โดยฟุมิทาเกะ ฟูจิตะ แกนนำคนสำคัญของพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เสนอให้ลดระยะเวลาการประชุมรัฐสภาที่ยาวนาน ซึ่งรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมแทบทุกวัน พร้อมอ้างรายงานของสถาบันวิจัย NXJI Research ว่า ในปี 2565 นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเข้าร่วมประชุมรัฐสภา 72 วัน เทียบกับ 50 วันในอังกฤษ และ 13 วันในเยอรมนี
รายงานยังเสนอให้จัดหาพ่อครัวและเจ้าหน้าที่ดูแลงานบ้านประจำทำเนียบนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ผู้นำรัฐบาลมีเวลาทุ่มเทกับภารกิจราชการและพักผ่อนอย่างเพียงพอ ขณะที่ทาคาอิจิยอมรับว่า การจัดตารางงานที่แน่นขนัดเป็นเรื่องยาก และเธอมักนำเอกสารกองใหญ่กลับไปอ่านที่บ้าน
ที่มา AP


