ศาลจังหวัดเกียวโต มีคำพิพากษายกฟ้องสมาชิกะระดับสูงของแก๊งยากูซ่า ในคดีฆาตกรรมเมื่อปี 2013 ที่นายทาคายูกิ โอฮิงาชิ เจ้าของฉายา "ราชาเกี๊ยวซ่า" ประธานบริษัทผู้บริหารร้านอาหารชื่อดัง "เกี๊ยวซ่า โนะ โอโช" ถูกยิงเสียชีวิต โดยศาลระบุว่าพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยังมีข้อสงสัย และไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่พยานสำคัญอย่างก้นบุหรี่จะถูกนำมาจัดฉากเพื่อใส่ร้าย

ศาลแขวงเกียวโตของญี่ปุ่นมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องยูกิโอะ ทานากะ อายุ 59 ปี สมาชิกระดับอาวุโสของกลุ่มที่สังกัดองค์กรคุโดไค ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมยากูซ่ารายใหญ่ของญี่ปุ่น ในคดีฆาตกรรมทาคายูกิ โอฮิงาชิ อายุ 72 ปี อดีตประธานบริษัทโอโช ฟู้ด เซอร์วิส ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารเกี๊ยวซ่าชื่อดังภายใต้แบรนด์ "เกี๊ยวซ่า โนะ โอโช" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ราชาเกี๊ยวซ่า"

โอฮิงาชิถูกยิงด้วยปืนพกกึ่งอัตโนมัติขนาด .25  จำนวน 4 นัด บริเวณหน้าอกและช่องท้อง ขณะลงจากรถยนต์ในลานจอดรถสำนักงานใหญ่ของบริษัทในเขตยามาชินะ เมืองเกียวโต เมื่อเวลาประมาณ 05.45 น. ของวันที่ 19 ธ.ค. 2013 ก่อนเสียชีวิตจากการเสียเลือดอย่างรุนแรง ขณะเกิดเหตุพบเงินสดมูลค่าหลายแสนเยนอยู่ภายในรถของเขา

ตามคำฟ้อง ทานากะถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตนเพื่อใช้อาวุธปืนยิงโอฮิงาชิ โดยอัยการพยายามพิสูจน์ความผิดผ่านพยานหลักฐานแวดล้อมหลายรายการ เนื่องจากไม่มีหลักฐานชัดเจนที่แสดงถึงความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างจำเลยกับผู้เสียชีวิต และยังไม่สามารถระบุแรงจูงใจในการก่อเหตุได้อย่างชัดเจน

หลักฐานสำคัญที่ฝ่ายอัยการนำเสนอ ได้แก่ ก้นบุหรี่ที่พบใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งตรวจพบดีเอ็นเอที่ตรงกับทานากะ โดยแหล่งข่าวด้านการสอบสวนระบุว่า บุหรี่ดังกล่าวเป็นยี่ห้อเดียวกับที่จำเลยสูบเป็นประจำในช่วงเวลานั้น

นอกจากนี้ ตำรวจยังตรวจพบคราบสารตกค้างจากการยิงปืนบริเวณมือจับรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยไปประมาณ 2 เดือนก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเชื่อว่าอาจถูกใช้เป็นพาหนะหลบหนี รวมถึงรถสกู๊ตเตอร์ที่ถูกขโมยในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ยานพาหนะทั้งสองคันถูกพบในบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2014

เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้ที่พักของโอฮิงาชิประกอบการสอบสวน ก่อนจับกุมทานากะหลังผลตรวจดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่สอดคล้องกับข้อมูลของผู้ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม ทานากะให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาตั้งแต่เริ่มการพิจารณาคดีในเดือนพฤศจิกายน 2015 โดยทีมทนายจำเลยโต้แย้งว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ทานากะน่าจะอยู่ในจังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเกียวโตหลายร้อยกิโลเมตร

ฝ่ายจำเลยยังชี้ว่า ไม่พบร่องรอยสารตกค้างจากการสูบบุหรี่ ณ จุดเกิดเหตุ จึงตั้งข้อสงสัยว่าก้นบุหรี่ดังกล่าวอาจไม่ได้ถูกสูบในบริเวณนั้น และอาจมีผู้จงใจนำมาวางไว้เพื่อใส่ร้ายทานากะ

ศาลระบุในการอ่านคำพิพากษาว่า ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่ก้นบุหรี่ดังกล่าวถูกนำมาจากสถานที่อื่นได้ จึงไม่สามารถใช้หลักฐานชิ้นนี้ยืนยันความผิดของจำเลยได้อย่างเพียงพอ และมีคำพิพากษายกฟ้อง

อัยการเคยเรียกร้องให้ศาลลงโทษทานากะจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่การพิจารณาคดีใช้เวลาทั้งหมด 12 นัด มีการสอบปากคำพยานประมาณ 40 คน และเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา

การพิจารณาคดีนี้ไม่มีคณะลูกขุนภาคประชาชนร่วมตัดสิน ตามคำร้องขอของฝ่ายอัยการ ซึ่งให้เหตุผลในกระบวนการก่อนการพิจารณาคดีว่า ลูกขุนอาจเสี่ยงถูกข่มขู่หรือคุกคามจากสมาชิกแก๊งอาชญากรรม

แม้ศาลจะพิพากษายกฟ้องในคดีฆาตกรรมโอฮิงาชิ แต่ทานากะยังคงรับโทษจำคุก 10 ปี จากคดีใช้อาวุธปืนยิงรถยนต์ของบริษัทโอบายาชิ ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ในจังหวัดฟุกุโอกะเมื่อปี 2008 ขณะมีบุคคล 3 คนอยู่ภายในรถ โดยเขาถูกพิพากษาลงโทษในคดีดังกล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020

ในเดือนมีนาคม 2016 คณะกรรมการอิสระที่ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทโอโช ฟู้ด เซอร์วิส กับกลุ่มต่อต้านสังคม เปิดเผยว่า บริษัทเคยทำธุรกรรมทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสมกับผู้บริหารกลุ่มบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนที่โอฮิงาชิจะเข้ารับตำแหน่งประธานในปี 2000

บริษัทโอโช ฟู้ด เซอร์วิส จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และดำเนินธุรกิจร้านอาหารจีนที่จำหน่ายเกี๊ยวซ่าภายใต้แบรนด์ "เกี๊ยวซ่า โนะ โอโช" ซึ่งเป็นเครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น โดยเปิดสาขาแรกเมื่อปี 1967 และปัจจุบันมีสาขามากกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ.


ที่มา Japan Today/Kyodo