บริษัทเอซากิ กูลิโกะ เตรียมปรับปรุง "ป้ายไฟกูลิโกะ" ริมคลองโดทงโบริ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในย่านมินามิของเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น โดยจะเปิดไฟป้ายรุ่นปัจจุบันเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ก่อนเริ่มปรับปรุงในเดือนธันวาคม และเปิดตัวป้ายรุ่นที่ 7 ในฤดูใบไม้ผลิปี 2027 โดยยังคงภาพนักวิ่งชูแขนสองข้างอันเป็นเอกลักษณ์ไว้เช่นเดิม
บริษัทเอซากิ กูลิโกะ ผู้ผลิตขนมรายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศว่า บริษัทเตรียมปรับปรุงป้ายไฟกูลิโกะอันโด่งดังริมคลองโดทงโบริ ในย่านมินามิของเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปถ่ายภาพ โดยป้ายรุ่นใหม่จะเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปี 2027
ป้ายกูลิโกะรุ่นปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 6 ติดตั้งเมื่อเดือนตุลาคมปี 2014 และจะเปิดไฟเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ก่อนเริ่มดำเนินการปรับปรุงในเดือนธันวาคม โดยบริษัทระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากระบบไฟแอลอีดีที่ใช้งานมานานกว่า 10 ปี เริ่มเสื่อมสภาพ อีกทั้งการจัดหาอะไหล่ทดแทนทำได้ยากขึ้น
ป้ายรุ่นปัจจุบันมีความสูง 20 เมตร กว้าง 10.38 เมตร และใช้ชิปแอลอีดีประมาณ 140,000 ชิ้น นับเป็นป้ายรุ่นแรกที่เปลี่ยนจากระบบไฟนีออนมาใช้เทคโนโลยีแอลอีดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวหรือฉากพื้นหลังหลากหลายรูปแบบ เช่น พระอาทิตย์ตกและภูเขาไฟฟูจิ
สำหรับป้ายรุ่นที่ 7 บริษัทจะยังคงใช้เทคโนโลยีแอลอีดี โดยมุ่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมออกแบบระบบแสดงผลใหม่ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของรูปแบบป้าย จนกว่าจะถึงกำหนดเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า แต่ยืนยันว่าจะคงภาพนักวิ่งชูแขนทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนคุ้นเคยและนิยมทำท่าทางเลียนแบบขณะถ่ายภาพไว้เช่นเดิม
ตัวแทนบริษัทกล่าวว่า ป้ายกูลิโกะไม่ได้เป็นเพียงสื่อโฆษณาของบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับความรักจากผู้คน บริษัทจึงต้องการพัฒนาป้ายให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับแลนด์มาร์กแห่งนี้มากกว่าเดิม
ป้ายกูลิโกะดั้งเดิมติดตั้งครั้งแรกในปี 1935 หรือเมื่อกว่า 90 ปีก่อน โดยเป็นป้ายไฟนีออนรูปทรงหอคอย ก่อนจะได้รับการปรับเปลี่ยนรูปแบบหลายครั้ง จนถึงป้ายรุ่นที่ 6 ซึ่งเปิดตัวในปี 2014 และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของย่านโดทงโบริ
ระหว่างการปรับปรุง ป้ายทั้งหมดจะถูกคลุมด้วยวัสดุป้องกันเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ากำลังพิจารณาวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวยังคงสามารถเพลิดเพลินกับสถานที่แห่งนี้ได้ในระหว่างที่มีการดำเนินงาน
การปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนป้ายกูลิโกะครั้งแรกในรอบ 13 ปี และเป็นอีกก้าวหนึ่งของการรักษาแลนด์มาร์กสำคัญของโอซาก้าให้คงอยู่ต่อไป พร้อมปรับเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับการใช้งานในอนาคต.


