เกาะบาหลีเผชิญวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงตึงตัว ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องต่อแถวยาวเหยียดรอเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันเกือบตลอด 24 ชั่วโมง ด้านผู้ว่าราชการบาหลียันน้ำมันในคลังมีเพียงพอ แต่ความล่าช้าในการกระจายสินค้าและพฤติกรรม "ตื่นตระหนกซื้อ" ทำให้น้ำมันขาดหน้าปั๊ม ขณะที่ทางการขอน้ำมันสำรองเพิ่ม ห้ามกักตุนใส่แกลลอน

เกาะบาหลี สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศอินโดนีเซีย กำลังเผชิญกับภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงตึงตัวอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดแถวจราจรต่อคิวยาวเหยียดบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ทั่วทั้งเกาะ ตั้งแต่เมืองเดนปาซาร์, บาดุง, ตาบานัน ไปจนถึงเมืองซิงการาจา ในเขตบูเลเลง  โดยมีรายงานว่าชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต้องต่อคิวนานหลายชั่วโมงและบางแห่งแถวยาวต่อเนื่องเกือบ 24 ชั่วโมง

วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ธุรกิจท้องถิ่น แต่ยังกระทบต่อแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายพันคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างความเห็นของนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่ระบุว่า "เช้าวันนี้ภรรยาของผมไปเข้าคิวตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง และต้องรอถึง 2 ชั่วโมงครึ่งกว่าจะได้เติมน้ำมัน มันบ้ามากๆ"

ขณะที่มาเด ไร วาร์ซา สมาชิกสภาท้องถิ่นบาหลี ได้ออกมาเรียกร้องให้เปอร์ตามินา รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของอินโดนีเซีย มีความจริงใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ และเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ด้านนายวายัน โกสเตอร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบาหลี ออกมาชี้แจงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่เพียงพอ เนื่องจากคลังน้ำมันสำรองมีปริมาณเกินพอที่จะรองรับความต้องการ แต่เกิดจาก "อัตราการขนส่งและกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันตามไม่ทันความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น" ประกอบกับประชาชนเกิดความตื่นตระหนกจนแห่กันไปซื้อ 

ขณะที่บริษัทเปอร์ตามินายืนยันว่าได้จัดสรรน้ำมันป้อนเข้าบาหลีเดิมวันละ 2.2 ล้านลิตร และเพิ่งส่งเรือบรรทุกน้ำมันเที่ยวใหม่เข้ามาเติมอีก โดยนำน้ำมันเบนซิน RON90 จำนวน 18 ล้านลิตร และน้ำมันเบนซินออกเทนสูง อีก 2.5 ล้านลิตร เข้าสู่ระบบเพื่อรองรับความต้องการของประชาชนบนเกาะบาหลี

นอกจากนี้ นายนโยมัน สุตจิดรา นายกเทศมนตรีเขตบูเลเลง ได้ยืนยันจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) ว่า สต็อกน้ำมันสำหรับเกาะบาหลีได้รับการยืนยันว่ามีเพียงพอจนถึงวันที่ 15 ตุลาคมนี้แน่นอน และเปอร์ตามินากำลังจัดส่งน้ำมันงวดใหม่เข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า บริการสาธารณะฉุกเฉิน เช่น รถพยาบาล และรถเก็บขยะ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการจัดสรรเวลาเติมน้ำมันล่วงหน้าไว้แล้ว

ทางการบาหลีได้ออกมากำชับประชาชนให้มีสติ ไม่ตื่นตระหนก และขอความร่วมมือ ห้ามนำแกลลอนหรือขวดพลาสติกมาใส่เพื่อกักตุนน้ำมันโดยเด็ดขาด ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินจริงๆ เช่น รถเสียกลางทางเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระจุกตัวและเปิดโอกาสให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน บากุส เซเตียวาน หัวหน้าสำนักงานพลังงานและทรัพยากรธรณีบาหลี แนะนำให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด โดยคำนึงถึงสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน พร้อมระบุว่ารัฐบาลท้องถิ่นกำลังเร่งส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตหรือเดินทางในเวลากลางคืน บัญชีทางการของเปอร์ตามินา ได้เปิดเผยรายชื่อ สถานีบริการน้ำมันจำนวน 52 แห่งทั่วเกาะบาหลีที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ปั๊มน้ำมันที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมงกระจายอยู่ในหลายพื้นที่สำคัญ ได้แก่ เขตบูเลเลง, เจมบรานา , ตาบานัน, คารังอาเซม, บาดุง และเดนปาซาร์  โดยมีการระบุหมายเลขประจำปั๊มและที่อยู่อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตรวจสอบตำแหน่งของปั๊มที่ใกล้ที่สุดตามเส้นทางเดินทาง อย่างไรก็ตาม ทางการได้แนะนำให้ผู้ใช้รถตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการของแต่ละแห่งก่อนออกเดินทางด้วย เนื่องจากจำนวนปั๊มที่เปิด 24 ชั่วโมงอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์หน้างาน

วิกฤตน้ำมันในพื้นที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง อันเป็นผลจากการสู้รบที่ยกระดับความรุนแรงขึ้นในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

รายงานจากบลูมเบิร์กระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้ปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 106 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสขยับขึ้นไปแตะระดับ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยรวมแล้วในปีนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 70% จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดพลังงานโลกและขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของโลก.


ที่มา JAKARTA GLOBE / Bali Post