โซเธอบีส์นำโครงกระดูก "นาโนไทแรนนัส" ไดโนเสาร์นักล่าที่มีขนาดเล็กและว่องไวกว่า ที.เร็กซ์ จัดแสดงในนิวยอร์ก ก่อนเปิดประมูล 27 ตุลาคม คาดเคาะราคาสูงถึง 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 300 ล้านบาท

โครงกระดูกฟอสซิลไดโนเสาร์หายากที่มีชื่อว่า "โจดี" (Jodi) ถูกนำออกจัดแสดงต่อสาธารณชนที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทประมูลโซเธอบีส์ ย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์ ในแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ก่อนเปิดประมูลในช่วงปลายเดือนนี้

ฟอสซิลดังกล่าวเป็นของนาโนไทแรนนัส (Nanotyrannus) ไดโนเสาร์นักล่าที่มีความใกล้ชิดกับไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ หรือ ที.เร็กซ์ (T. rex) แต่มีขนาดเล็กกว่าและเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่า โดยโครงกระดูกสูงประมาณ 2 เมตร และมีความยาวเกือบ 6 เมตร คาดว่าจะทำราคาประมูลได้ระหว่าง 6-9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 200-300 ล้านบาท

แคสแซนดรา แฮตตัน รองประธานและหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ธรรมชาติระดับโลกของโซเธอบีส์ เปิดเผยว่า นาโนไทแรนนัสเคยเป็นประเด็นถกเถียงในวงการวิทยาศาสตร์มานานหลายสิบปี หลังมีการค้นพบกะโหลกไดโนเสาร์ที่เชื่อว่าเป็นของมันครั้งแรกเมื่อปี 2485 โดยนักวิทยาศาสตร์บางส่วนเคยเชื่อว่าเป็นเพียงที.เร็กซ์วัยเยาว์

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา สนับสนุนข้อสรุปว่านาโนไทแรนนัสเป็นไดโนเสาร์คนละสกุลกับที.เร็กซ์ โดยนักวิทยาศาสตร์ศึกษาวงการเจริญเติบโตภายในกระดูกฟอสซิล และพบหลักฐานว่าตัวอย่างที่ศึกษานั้นเติบโตเต็มวัยแล้ว ไม่ใช่ไดโนเสาร์วัยเด็ก

ทั้งสองชนิดยังเคยอาศัยอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อประมาณ 67 ล้านปีก่อน แต่มีลักษณะทางกายภาพและวิธีล่าเหยื่อแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยนาโนไทแรนนัสมีความยาวประมาณ 5.5 เมตร หรือราวครึ่งหนึ่งของที.เร็กซ์วัยโตเต็มวัย มีแขนยาวกว่า กรงเล็บใหญ่กว่า และมีช่องสำหรับฟันมากถึง 17 ช่อง ขณะที่ที.เร็กซ์มีประมาณ 12 ช่อง

ฟันของที.เร็กซ์มีขนาดหนาและแข็งแรง คล้ายรูปกล้วย เหมาะสำหรับบดกระดูกและกินเหยื่อทั้งตัว ส่วนนาโนไทแรนนัสมีฟันเรียวคมคล้ายใบมีด เหมาะกับการฉีกเนื้อเหยื่อ และมีรูปร่างที่ช่วยให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า

แฮตตันระบุว่า การค้นพบนี้ทำให้ความเข้าใจเดิมที่ว่า ที.เร็กซ์เป็นนักล่าขนาดใหญ่ที่ครองระบบนิเวศในยุคครีเทเชียสเพียงชนิดเดียวเปลี่ยนไป โดยนักล่าทั้งสองชนิดอาจอยู่ร่วมกัน แต่เลือกจับเหยื่อแตกต่างกัน

ฟอสซิลนาโนไทแรนนัสถือว่าหายากมาก เนื่องจากมีโครงกระดูกลักษณะนี้ที่เป็นที่รู้จักทางวิทยาศาสตร์เพียง 3 ชุด ทำให้มีคุณค่าทั้งในแง่การสะสมและการศึกษาวิจัย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำถึงบทบาทของนักขุดฟอสซิลเอกชน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการค้นพบและอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์ที่ช่วยเปิดเผยเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตในอดีต.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ