(ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP)
ศาลจีนตัดสินประหารชีวิต 3 สมาชิกแก๊งมาเฟีย “ตระกูลเว่ย” ฐานเปิดศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมา หลอกลวง ทรมานและฆาตกรรมเหยื่อซึ่งรวมถึงชาวจีน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 13 ต.ค. 2569 ว่า ศาลประชาชนกลางเมืองฉวนโจว พิพากษาประหารชีวิตสมาชิกแก๊งอาชญากรรม 3 คน ได้แก่ เว่ย ฮ่วยเหริน, เฉิน ต้าเหว่ย และ เหลียว จิงฟาง จากความผิดฐานดำเนินเครือข่ายศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคโกก้าง ทางเหนือของเมียนมา
ศาลยังพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน ขณะที่จำเลยอีก 55 คนได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี 3 เดือน ถึง 24 ปี
ทั้งนี้ แก๊งมาเฟีย “ตระกูลเว่ย” ถูกระบุว่าเป็น 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในโกก้าง และสื่อจีน (CCTV) ขนานนามว่าเป็นกลุ่มอาชญากรที่ใช้ความรุนแรงที่สุดในภาคเหนือของเมียนมา
ปฏิบัติการของแก๊งนี้กวาดรายได้มากกว่า 12,200 ล้านหยวน จากศูนย์หลอกลวง 14 แห่ง เหยื่อส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและชาวต่างชาติที่ถูกหลอกด้วยคำสัญญาว่าจะให้ค่าจ้างสูง แต่กลับถูกบังคับให้ทำงานในลักษณะค่ายกักกัน มีการทรมานและฆาตกรรม โดยตำรวจพบร่างเหยื่อถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กและมีรอยกระสุนที่กะโหลกศีรษะ
นอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว พวกเขายังมีความผิดฐานค้ายาเสพติด ค้าประเวณี บ่อนการพนันผิดกฎหมาย และฆาตกรรมชาวจีนอย่างน้อย 2 รายด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา ทางการจีนร่วมมือกับชาติต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อปราบปรามธุรกิจมืดนี้อย่างจริงจัง โดยในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จีนตัดสินประหารชีวิตสมาชิกแก๊งอาชญากรรมรายใหญ่ตระกูลอื่น ๆ ทั้ง “ตระกูลหมิง” และ “ตระกูลไป๋” มาแล้ว
ด้านสหประชาชาติ (UN) ระบุว่าธุรกิจแก๊งต้มตุ๋นทางไซเบอร์นี้สร้างรายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี โดยเติบโตอย่างรวดเร็วตามแนวชายแดนเมียนมาท่ามกลางสงครามกลางเมือง และปัจจุบันได้ขยายอิทธิพลลามไปทั่วโลก เช่น แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ากองทัพเมียนมามักเพิกเฉยต่อศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ เนื่องจากผลประโยชน์มักตกเป็นของกองกำลังติดอาวุธพันธมิตรที่ช่วยรบกับฝ่ายกบฏ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทหารเมียนมาก็กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก ให้กวาดล้างศูนย์อาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cbsnews


