"คิม จองอึน" ผู้นำเกาหลีเหนือพร้อมภริยาและบุตรสาว เปิดพิพิธภัณฑ์การปฏิวัติการป้องกันประเทศแห่งใหม่ ขนคลังแสงอาวุธร้ายแรงทั้งโดรนยุทธการ และขีปนาวุธข้ามทวีป "ฮวาซอง-20" ที่มีพิสัยยิงครอบคลุมแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ มาจัดแสดงถาวร ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้เป็นการส่งสัญญาณชิงความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยอาจหาโอกาสพบปะกับผู้นำเกาหลีเหนือในระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เข้าร่วมพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์การปฏิวัติด้านกลาโหมแห่งชาติแห่งใหม่ โดยมีรี ซอลจู ภริยา และบุตรสาว "คิม จูแอ" ร่วมเดินทางด้วย โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงอาวุธที่พัฒนาขึ้นในยุคการนำของคิม ตั้งแต่โดรน ขีปนาวุธ และระบบอาวุธทางเรือ ไปจนถึงรถถังและอาวุธประจำกาย

การเปิดพิพิธภัณฑ์มีขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 81 ปี การก่อตั้งพรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม รายงานของ KCNA ไม่ได้เปิดเผยขนาดหรือที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ ขณะที่ภาพถ่ายที่เผยแพร่ออกมาบ่งชี้ว่า อาคารอาจสร้างอยู่ใต้ดิน โดยมีห้องจัดแสดงลักษณะคล้ายอุโมงค์ขนาดยาว

หนึ่งในอาวุธสำคัญที่จัดแสดงคือ ขีปนาวุธข้ามทวีปฮวาซอง-20 ซึ่งสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์และมีศักยภาพโจมตีเป้าหมายในสหรัฐฯ ได้ นอกจากนี้ ยังมีขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นฮวาซอง-17 ซึ่งใช้เชื้อเพลิงเหลว ตลอดจนขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งรุ่นใหม่ และขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงพิสัยกลาง

ภาพถ่ายจากพิพิธภัณฑ์ยังแสดงให้เห็นขีปนาวุธติดตั้งบนเรือดำน้ำ ขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ โดรนลาดตระเวนและโดรนโจมตีขนาดใหญ่ โดรนพลีชีพขนาดเล็ก ระบบจรวดหลายลำกล้อง รถถัง และอาวุธสำหรับกองทัพเรือ

ชิน จงอู เลขาธิการฟอรัมเกาหลีว่าด้วยกลาโหมและความมั่นคง วิเคราะห์ว่า แผนผังที่จัดแสดงด้านหน้ารถยิงขีปนาวุธฮวาซอง-20 ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นการออกแบบที่สามารถติดตั้งหัวรบได้หลายหัว รวมถึงแผนที่โลกที่ระบุพิสัยการโจมตีครอบคลุมพื้นที่เลยแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ไปถึงตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และอเมริกาใต้

ชินระบุว่า นิทรรศการดังกล่าวมีเป้าหมายเน้นย้ำความสำเร็จของโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านกลาโหมของคิม และอาจเป็นการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ด้านลิม อึลชอล ศาสตราจารย์จากสถาบันเอเชียตะวันออกไกลศึกษา มหาวิทยาลัยคยองนัมของเกาหลีใต้ กล่าวว่า การเปลี่ยนการจัดแสดงอาวุธจากนิทรรศการชั่วคราวให้เป็นพิพิธภัณฑ์ถาวร สะท้อนความพยายามของคิมในการทำให้ความสำเร็จทางทหารกลายเป็นมรดกที่ยั่งยืนของรัฐบาล พร้อมนำเสนอการสะสมอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของประเทศในฐานะความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม

รายงานระบุว่า คิมกล่าวในพิธีเปิดว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมสมบัติของชาติที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการปกป้องศักดิ์ศรีและความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนความสุขของประชาชนและสันติภาพบนแผ่นดินเกาหลีเหนือ พร้อมยืนยันว่า เกาหลีเหนือจะเดินหน้าพัฒนาอาวุธที่ตั้งอยู่บนแนวคิดจูเช หรือการพึ่งพาตนเอง ให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และจะขยายเนื้อหาการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ต่อไป

ในอีกด้านหนึ่ง เกาหลีเหนือเปิดเผยว่า ได้ทดสอบยิงขีปนาวุธทางยุทธวิธีเมื่อวันที่ 12 ต.ค. เพื่อยืนยันความสำเร็จในการปรับปรุงทางเทคนิคขององค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของขีปนาวุธ โดย KCNA ระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความซับซ้อนของระบบอาวุธโจมตีทั้งหมด แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของส่วนประกอบที่ได้รับการปรับปรุง หรือระบุชื่อขีปนาวุธที่ใช้ในการทดสอบ

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดย KCNA ของสำนักข่าว NK News ชี้ว่า ขีปนาวุธที่ทดสอบอาจเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ตระกูลฮวาซอง-11ซี (Hwasong-11C) แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่ามีการทดสอบขีปนาวุธชนิดเดียวหรือหลายชนิด

กองทัพเกาหลีใต้และญี่ปุ่นตรวจพบการยิงขีปนาวุธดังกล่าว โดยรายงานว่า มีการยิงอย่างน้อย 2 ครั้ง เมื่อเวลาประมาณ 09.19 น. และ 09.36 น. ตามเวลาท้องถิ่นเกาหลีใต้

ทางการญี่ปุ่นระบุว่า ขีปนาวุธลูกแรกบินเป็นระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร ที่ระดับความสูงสูงสุด 20 กิโลเมตร ส่วนลูกที่สองบินได้ประมาณ 910 กิโลเมตร ที่ระดับความสูงสูงสุด 70 กิโลเมตร

ระยะทางที่แตกต่างกันมากทำให้เกิดข้อสังเกตว่า อาจมีการทดสอบขีปนาวุธ 2 ชนิด แม้รายงานของ KCNA จะแสดงภาพขีปนาวุธเพียงแบบเดียวก็ตาม เนื่องจากเกาหลีเหนือเคยระบุว่าขีปนาวุธฮวาซอง-11ซีมีพิสัยสูงสุดประมาณ 500 กิโลเมตร

การทดสอบครั้งนี้นับเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งที่ 4 ของเกาหลีเหนือภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน หลังจากก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงเมื่อเดือนกันยายน และทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางอีกครั้งในช่วงต้นเดือนตุลาคม

ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวด้านอาวุธของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจพบหารือกับคิม จองอึน ระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียตามกำหนดการ โดยทรัมป์มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค (APEC) ที่ประเทศจีนในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการพบหารือระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ การจัดแสดงอาวุธและการทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือจึงเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา ทั้งในด้านการพัฒนาศักยภาพทางทหารและทิศทางความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในระยะต่อไป.


ที่มา Reuters / NK News