ครอบครัวของอนิตา มุย หรือ "เหมยเยี่ยนฟาง" นักร้องซูเปอร์สตาร์เพลงกวางตุ้งผู้ล่วงลับ ซึ่งได้รับฉายา “มาดอนน่าแห่งเอเชีย” เรียกร้องให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส หลังพบว่าโกศบรรจุอัฐิของเธอหายไปจากสถานเก็บอัฐิภายในวัดโป๋หลิน บนเกาะลันเตาในฮ่องกง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจระบุว่ายังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย

ครอบครัวของอนิตา มุย หรือ "เหมยเยี่ยนฟาง" นักร้องชื่อดังแห่งวงการเพลงกวางตุ้งของฮ่องกง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับที่อยู่ของโกศบรรจุอัฐิของเธอ หลังโกศดังกล่าวหายไปจากสถานเก็บอัฐิภายในวัดโป๋หลิน บนเกาะลันเตา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน และครอบครัวระบุว่าการสอบสวนของตำรวจยังไม่มีความคืบหน้า สร้างความทุกข์ใจอย่างยิ่งให้แก่สมาชิกในครอบครัว

โฆษกตำรวจฮ่องกงเปิดเผยว่า ตำรวจได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมว่า สิ่งของชิ้นหนึ่งซึ่งเก็บไว้ภายในวัดบนเกาะลันเตาอาจสูญหายไป โดยคดีนี้ถูกจัดอยู่ในประเภทคำร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจ และอยู่ระหว่างการสอบสวนของหน่วยอาชญากรรมเขตลันเตา ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดถูกจับกุม

ครอบครัวของมุยเผยแพร่แถลงการณ์ขอความช่วยเหลือจากสาธารณชนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 ต.ค.) ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของนักร้องผู้ล่วงลับ หากยังมีชีวิตอยู่ เธอจะมีอายุครบ 63 ปีในปีนี้ มุยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกเมื่อปี 2003 ขณะมีอายุเพียง 40 ปี หลังประสบความสำเร็จในวงการเพลงและมียอดจำหน่ายผลงานจำนวนหลายล้านชุด จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "มาดอนน่าแห่งเอเชีย"

แถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งได้รับการเผยแพร่ซ้ำผ่านบัญชีอินสตาแกรมของ Anita Mui International Fan Club หนึ่งในกลุ่มแฟนคลับรายใหญ่ของนักร้อง ระบุว่า หลังจากผ่านไป 3 เดือน การสอบสวนของตำรวจก็ยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมกล่าวว่าเหตุการณ์นี้สร้างความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจให้แก่ครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวเพิ่งเผชิญกับการสูญเสียมารดาของมุยไปก่อนหน้านี้ ทำให้ต้องรับมือกับความสูญเสียซ้ำซ้อน

ตามแถลงการณ์ แฟนเพลงรายหนึ่งเป็นผู้พบว่าโกศบรรจุอัฐิหายไป ขณะเดินทางไปแสดงความเคารพต่อมุยเมื่อวันที่ 18 ก.ค. โดยโกศถูกเก็บไว้ในช่องบรรจุอัฐิภายในสถานเก็บอัฐิของวัดโป๋หลิน ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบโหง่งปิง เกาะลันเตา อันเป็นที่ตั้งของพระใหญ่เทียนถาน หรือพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง

แฟนเพลงรายดังกล่าวพบว่าสกรูบริเวณแผงประตูช่องเก็บอัฐิคลายออก และโกศที่อยู่ภายในหายไป จึงแจ้งให้ครอบครัวของมุยทราบ ก่อนที่ครอบครัวจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ ทั้งนี้ แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ครอบครัวไม่ได้ติดตั้งภาพเหมือนของมุยไว้ที่ช่องเก็บอัฐิ เนื่องจากต้องการจัดการเรื่องนี้อย่างเรียบง่ายและไม่เป็นที่สนใจของสาธารณชนมากนัก

ตำรวจระบุว่าจะยังคงติดต่อประสานงานกับครอบครัวและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการติดตามคดีอย่างเหมาะสม ขณะที่วัดโป๋หลินปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ด้านกลุ่มแฟนคลับอีกกลุ่มหนึ่งชื่อ Mui Nation ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 1,000 คน แสดงความตกใจต่อข่าวการหายไปของโกศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารวัดทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยและชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้น โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ ขัดต่อมาตรฐานทางศีลธรรม และสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ที่รักและเคารพมุย

แหล่งข่าวระบุว่า จนถึงขณะนี้ครอบครัวยังไม่ได้รับโทรศัพท์เรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการคืนอัฐิ และไม่พบรายงานว่าโกศบรรจุอัฐิอื่น ๆ ภายในสถานเก็บอัฐิแห่งเดียวกันสูญหายไปด้วย

ข่าวดังกล่าวสร้างความโศกเศร้าและความไม่พอใจในหมู่แฟนเพลง โดยแฟนคลับรายหนึ่งเขียนข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก เพราะมุยต้องเผชิญกับบททดสอบและความทุกข์ทรมานมากมายตลอดชีวิต แต่แม้เธอจะจากไปแล้ว ก็ยังเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นอีก ขณะที่แฟนเพลงอีกรายประณามผู้ที่ขโมยอัฐิว่าเป็นการกระทำที่ไร้ความละอายอย่างยิ่ง

แพทริก แทม ยิ่วหมาน หรือ ถันเย่าเหวิน นักร้องและนักแสดง ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของมุย โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Threads ว่า หวังว่าตำรวจจะสามารถนำโกศกลับคืนมาได้โดยเร็ว พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงเกิดความบกพร่องในการดูแลรักษาความปลอดภัยเช่นนี้

ครอบครัวของมุยแสดงความหวังว่าจะสามารถพบโกศและนำอัฐิกลับคืนมาได้โดยเร็ว พร้อมขอความร่วมมือจากเพื่อนของนักร้อง แฟนเพลงที่เคยเดินทางไปแสดงความเคารพ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่อาจมีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์

ครอบครัวขอให้ผู้ที่เดินทางไปยังสถานเก็บอัฐิในวันที่ 18 ก.ค. หรือก่อนหน้านั้น และพบเห็นสิ่งผิดปกติ ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยเร็ว นอกจากนี้ ยังขอให้ผู้ที่ขับรถไปยังบริเวณดังกล่าวส่งภาพจากกล้องหน้ารถ หากมีบันทึกภาพที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ปราบปรามแก๊งอั้งยี่ได้จับกุมชายคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคดีต้องสงสัยว่าขโมยโกศบรรจุอัฐิจากสถานเก็บอัฐิแห่งหนึ่งในเขตซาถิ่น โดยโกศที่บรรจุอัฐิของหลิว เจียเหลียง ปรมาจารย์กังฟูระดับตำนาน ถูกกล่าวหาว่าถูกขโมยไปในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคมของปีก่อนหน้า.


ที่มา SCMP