รัฐมนตรีซาอุฯ ประกาศว่า จะมีการตอบสนองอย่างจริงจังต่อการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งสร้างความเสียหายต่อสนามบินหลายแห่ง รวมถึงในกรุงริยาด และทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ต.ค. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียออกมาประกาศกร้าวว่า ประเทศของเขาจะมีการตอบสนอง “อย่างจริงจัง” ต่อการโจมตีสนามบินต่างๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในประเทศ ฝีมือของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

“เหตุการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่ารุนแรง การตอบโต้ของเราก็ต้องจริงจังและเด็ดขาดไม่แพ้กัน” เจ้าชายอับดุล อาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียกล่าว “พวกคุณรู้อยู่แล้วว่าประเทศนี้ปลอดภัย และเราถือว่าการปกป้องพวกคุณคือสิ่งสำคัญที่สุดในใจเรา”

“ความมั่นคงด้านพลังงานเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยหรือมองข้ามได้” เจ้าชายอับดุล อาซิซ กล่าวต่อ “เหตุการณ์ล่าสุดได้ทดสอบโครงสร้างพื้นฐาน สถาบัน ประชาชน และความยืดหยุ่นแข็งแกร่งของเรา และ พวกเราในฐานะชาวซาอุฯ เป็นคนที่ไม่มีความกลัว เป็นนักสู้ และมีความเด็ดเดี่ยว... เราจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ไม่ว่าเราจะเผชิญกับอะไร เราจะก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้”

ความเคลื่อนไหวของซาอุดีอาระเบียเกิดขึ้นหลังจาก กลุ่มฮูตีเปิดฉากโจมตีสนามบินและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมัน/ก๊าซในซาอุดีอาระเบียด้วยโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ท่าอากาศยานนานาชาติ คิงคาลิด (King Khalid) ในกรุงริยาด ถูกโจมตี 2 วันติดต่อกัน โดยในวันเสาร์มีผู้เสียชีวิต 13 ศพ รวมชาวอเมริกัน, บังกลาเทศ และอินเดีย นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 309 ราย ส่วนในวันอาทิตย์มีชาวปากีสถานเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ

นอกจากนั้น สนามบินคิงฟาฮัด ในเมืองดัมมาม ก็ถูกโจมตีเช่นกันแต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ท่ามกลางรายงานว่า กองทัพซาอุฯ สามารถสกัดโดรนและขีปนาวุธได้บางส่วน

กลุ่มฮูตีระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่ซาอุดีอาระเบียโจมตีทางอากาศในพื้นที่ที่พวกเขายึดครองในเยเมนถึง 124 ครั้งภายในเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือกองทัพรัฐบาลเยเมนที่ประกาศปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อชิงพื้นที่ที่ฮูตียึดไปกลับคืนมา

โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตียังประกาศเตือนสายการบินและผู้โดยสาร ให้หลีกเลี่ยงการใช้สนามบินและน่านฟ้าของซาอุฯ ยกเว้นเส้นทางแสวงบุญไปเมืองเมกกะและเมดินะห์ และขู่จะยกระดับการปิดล้อมทางทะเลและการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนซาอุฯ มากขึ้นเรื่อยๆ

การโจมตีสนามบินของซาอุดีอาระเบียเรียกเสียงประณามจากหลายฝ่าย โดยเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ประณามการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่ากำลังพิจารณาว่าจะเข้าร่วมการโจมตีตอบโต้กลุ่มฮูตีร่วมกับกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียหรือไม่ โดยปัจจุบัน สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนด้านการข่าวกรองอยู่แล้ว

ส่วนอิหร่านออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่ยกระดับขึ้น และเรียกร้องให้ใช้การเจรจาในการแก้ปัญหา


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc