หลายพื้นที่ของยูเครนเผชิญไฟฟ้าดับ หลังรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่ารัสเซียและยูเครนตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ยืนยันว่า ยูเครนพร้อมปฏิบัติตามข้อตกลง หากรัสเซียดำเนินการเช่นเดียวกัน แต่รัฐบาลรัสเซียยังไม่ยืนยันการตอบรับอย่างเป็นทางการ
ประชาชนในหลายพื้นที่ของยูเครนเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับ หลังเกิดการโจมตีของรัสเซียในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียและยูเครนตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแล้วก็ตาม
สำนักข่าวอูครินฟอร์ม สำนักข่าวแห่งชาติของยูเครน รายงานว่า ขีปนาวุธของรัสเซียโจมตีพื้นที่พักอาศัยทางตอนเหนือของเมืองอิซยุม ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองคาร์คิฟ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน บ้านเรือน 15 หลัง และอาคารอพาร์ตเมนต์ 1 แห่งได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ระบบสายส่งไฟฟ้ายังได้รับความเสียหาย ทำให้ประชาชนในหลายถนนไม่มีไฟฟ้าใช้ และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขัดข้อง
ขณะเดียวกัน วิตาลี บูเนชโก หัวหน้าฝ่ายบริหารทางทหารของแคว้นชีโตเมียร์ ทางตะวันตกของยูเครน เปิดเผยว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบรถไฟในเขตโคโรสติชิฟตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของรัสเซียในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา โดยเกิดเพลิงไหม้หลังการระดมยิงหลายระลอก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงได้ ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ดังกล่าว
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า ยูเครนพร้อมงดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย และคาดหวังว่ารัสเซียจะมีความพร้อมในลักษณะเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศผ่านทรูธโซเชียลเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่า การหยุดยิงด้านพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครนมีผลทันที พร้อมระบุว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว และเรียกร้องไม่ให้ฝ่ายใดละเมิดข้อตกลง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรัสเซียยังไม่ได้ออกมายืนยันว่าตกลงหยุดโจมตีตามที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหรือไม่
เซเลนสกีระบุว่า ยูเครนรู้สึกประหลาดใจกับประกาศดังกล่าว และต้องการรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการหารือระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย แต่ยืนยันว่าเคียฟสนับสนุนข้อตกลงนี้ หากมอสโกพร้อมปฏิบัติตามเช่นกัน
ผู้นำยูเครนกล่าวด้วยว่า ในวันเดียวกับที่ทรัมป์ประกาศหยุดยิง รัสเซียยังคงใช้โดรนโจมตี รวมถึงโดรนชาเฮด ซึ่งมีต้นแบบจากอิหร่าน ตลอดจนใช้ระเบิดร่อนโจมตีเป้าหมายหลายแห่ง นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีโรงไฟฟ้าในเมืองคาร์คิฟหลังจากทรัมป์เผยแพร่ข้อความดังกล่าวไม่นาน ส่งผลให้ระบบพลังงานของยูเครนได้รับความเสียหายเพิ่มเติม
เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนพร้อมเคารพข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงาน หากรัสเซียยอมทำเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า หากมอสโกต้องการให้ยูเครนยุติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย รัสเซียก็ต้องหยุดโจมตีระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยูเครน รวมถึงยุติการสังหารประชาชน
เขายังเปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียโจมตีโรงงานและสถานที่ด้านการผลิตไฟฟ้าของยูเครนมากกว่า 200 ครั้ง และโจมตีเป้าหมายด้านก๊าซและน้ำมันอีก 17 ครั้ง โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 150 คนจากเหตุการณ์ที่กล่าวถึง ทั้งนี้ รายงานไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาและขอบเขตของยอดผู้เสียชีวิตดังกล่าว
แม้ทรัมป์จะประกาศว่าทั้งสองประเทศตกลงหยุดโจมตีด้านพลังงานแล้ว แต่รัฐบาลรัสเซียยังไม่มีแถลงการณ์ยืนยันข้อตกลงดังกล่าว โดยทางการรัสเซียรายงานเหตุโจมตีจากยูเครนหลายจุดเมื่อวันอาทิตย์ รวมถึงพื้นที่เบลโกรอดและโดเนตสก์ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ นายกเทศมนตรีกรุงมอสโกยังกล่าวว่า กองทัพสามารถสกัดโดรนมากกว่า 20 ลำที่มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงได้ อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียยังไม่ได้ชี้แจงท่าทีต่อข้อเสนอหยุดยิงด้านพลังงานโดยตรง
การประกาศหยุดยิงด้านพลังงานเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากทรัมป์ประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อการส่งออกน้ำมันดีเซลของรัสเซียเป็นการชั่วคราว ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ยูเครนและชาติพันธมิตรในยุโรป โดยฝ่ายวิจารณ์มองว่าการตัดสินใจดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มรายได้ให้รัสเซียและสนับสนุนการทำสงครามของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน
เซเลนสกีเรียกการตัดสินใจเรื่องน้ำมันดีเซลว่าเป็นการตัดสินใจที่อ่อนแอ ขณะที่สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ 7 คน รวมถึงสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คน ออกแถลงการณ์วิจารณ์ข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าผิดกฎหมาย
ด้านมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวหลังหารือกับเซเลนสกีว่า ข้อตกลงเรื่องน้ำมันดีเซลขัดแย้งโดยตรงกับความพยายามของยูเครน แคนาดา และชาติพันธมิตรในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในยุโรป
ก่อนหน้านี้ เมื่อถูกถามถึงเสียงวิจารณ์ ทรัมป์กล่าวว่า ยูเครนควรมีประธานาธิบดีคนใหม่ที่จะสามารถยุติสงครามได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีตอบโต้ว่า การเลือกผู้นำเป็นสิทธิของสังคมและประชาชนชาวยูเครน พร้อมกล่าวถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางและการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ
ชาติพันธมิตรตะวันตกของยูเครนหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส แคนาดา และคณะกรรมาธิการยุโรป แสดงการสนับสนุนข้อเรียกร้องให้หยุดยิงด้านพลังงาน พร้อมเรียกร้องให้รัสเซียปฏิบัติตามข้อตกลง
เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ก็แสดงการสนับสนุนผู้นำยูเครนในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของประชาชน ขณะที่แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ระบุว่า ประเทศของเขาสนับสนุนข้อเรียกร้องของทรัมป์ให้เริ่มการหยุดยิงด้านพลังงานอย่างต่อเนื่องโดยทันที
ในกรุงเคียฟ ประชาชนบางส่วนแสดงความกังวลต่อคำกล่าวของทรัมป์ที่เรียกร้องให้ยูเครนเปลี่ยนประธานาธิบดี โดยชาวยูเครนรายหนึ่งกล่าวว่า เธอเชื่อว่าเซเลนสกีเป็นประธานาธิบดีที่ดีที่สุด และชาวอเมริกันควรหันไปพิจารณาประธานาธิบดีของตนเอง พร้อมย้ำว่า ชาวยูเครนมีสิทธิกำหนดอนาคตและเสรีภาพของประเทศด้วยตนเอง
นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าและระบบทำความร้อน โดยยูเครนตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งรัฐบาลเคียฟระบุว่าเป็นแหล่งรายได้ที่ช่วยสนับสนุนการทำสงคราม
สถานการณ์ล่าสุดทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงานที่ทรัมป์ประกาศจะสามารถเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันจากรัสเซีย และมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง.


