พรรคฝ่ายค้านอินเดียพร้อมด้วยกลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม นัดรวมตัวเดินขบวนไปยังศาลฎีกา เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งลาออกจากตำแหน่ง จากข้อกล่าวหาว่าแก้ไขและลบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 130 ล้านคนเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อพรรคภารตียชนตา ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ท่ามกลางการวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและการปิดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหลายแห่ง
พรรคฝ่ายค้านของอินเดียเตรียมจัดการเดินขบวนไปยังศาลฎีกาในกรุงนิวเดลี ในวันนี้ (12 ต.ค.) เพื่อเรียกร้องให้นายคยาเนช กุมาร ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งของอินเดีย ลาออกจากตำแหน่ง หลังเกิดข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายวิจารณ์มองว่าอาจเอื้อประโยชน์ให้พรรคภารตียชนตา (BJP) ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี
การประท้วงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในกรุงนิวเดลีตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยทางการได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ปิดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 6 แห่งด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย และจำกัดหรือเปลี่ยนเส้นทางการจราจรในพื้นที่มากกว่า 20 จุด รวมถึงระดมกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่กึ่งทหารตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ชุมนุมจะใช้เดินขบวน
พรรคคองเกรส ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ระบุว่า จะยื่นหนังสือต่อประธานศาลฎีกา ซูรยา กันต์ เพื่อเรียกร้องให้ยุติสิ่งที่พรรคเรียกว่า “การขโมยคะแนนเสียง” และให้กุมารลาออก อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในพรรคคองเกรสระบุว่า ประธานศาลฎีกาปฏิเสธคำขอเข้าพบผ่านทางอีเมล โดยแนะนำให้นายราหุล คานธี ผู้นำพรรคคองเกรส และคณะผู้แทนดำเนินการผ่านกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแล้ว
คานธีเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้านทุกพรรค กลุ่มภาคประชาสังคม และประชาชนที่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและยึดมั่นในรัฐธรรมนูญอินเดีย เข้าร่วมการเดินขบวน โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงกับคนหนุ่มสาวที่ออกมาประท้วงอย่างสงบ พร้อมระบุว่าผู้ชุมนุมเหล่านี้ออกมาด้วยความรัก ไม่ใช่ความเกลียดชังหรือความโกรธ
ข้อพิพาทเรื่องบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทวีความรุนแรงขึ้น หลังมีการปรับปรุงและตรวจสอบรายชื่อครั้งใหญ่ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีที่แล้ว ข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า มีรายชื่อถูกลบออกจากบัญชีประมาณ 130 ล้านรายชื่อ ประกอบด้วยผู้เสียชีวิตราว 28 ล้านคน ผู้ย้ายถิ่นฐานประมาณ 63 ล้านคน และผู้ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ราว 30 ล้านคน
ฝ่ายค้านกล่าวหาว่า การลบรายชื่อดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวมุสลิมและชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ อย่างไม่สมสัดส่วน เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีแนวโน้มไม่สนับสนุนพรรค BJP ซึ่งมีแนวคิดชาตินิยมฮินดู ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งและพรรค BJP ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยคณะกรรมการฯ ยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างพรรคการเมืองใด และระบุว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ถูกลบชื่อผิดพลาดสามารถลงทะเบียนใหม่ได้ ขณะที่พรรค BJP กล่าวหาฝ่ายตรงข้ามว่าพยายามบ่อนทำลายประชาธิปไตยของประเทศด้วยการตั้งข้อสงสัยต่อกระบวนการเลือกตั้งที่ชอบด้วยกฎหมาย
กระแสประท้วงปะทุขึ้นหลังหนังสือพิมพ์ The Indian Express รายงานเมื่อเดือนก่อนว่า รองประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2 คนได้แสดงความกังวลภายในองค์กรเกี่ยวกับการปรับปรุงบัญชีรายชื่อ ขั้นตอนการลงทะเบียน และระบบดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง
นอกเหนือจากพรรคฝ่ายค้านแล้ว กลุ่มเคลื่อนไหวเยาวชนที่เรียกตัวเองว่า "พรรคประชาชนแมลงสาบ" (CJP) ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ ก็มีบทบาทสำคัญในการประท้วง โดยกลุ่มดังกล่าวประกาศว่าจะเดินหน้าชุมนุมจนกว่ากุมารจะลาออก และเตรียมเข้าพบตำรวจกรุงนิวเดลีเพื่อเรียกร้องให้กำหนดวันจัดการประท้วงอย่างสงบครั้งใหม่ หากไม่ได้รับคำตอบภายใน 24 ชั่วโมง กลุ่มขู่ว่าจะประกาศนัดชุมนุมด้วยตนเอง
เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ประท้วงหลายพันคน ก่อนปล่อยตัวในเวลาต่อมา รวมถึงนักข่าวหลายคน ขณะที่ผู้นำ CJP ได้แก่ อภิชิต ดิปเก ผู้ก่อตั้งกลุ่ม และซอราฟ ดาส กับอาชูโตช รังกา ผู้ประสานงานร่วม ถูกควบคุมตัวจากเครื่องบินทันทีที่เดินทางถึงกรุงนิวเดลีเพื่อเข้าร่วมการประท้วง ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวในวันถัดมา
ภาพถ่ายและวิดีโอจากการชุมนุมแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ลากผู้ประท้วง รวมถึงผู้หญิง และผลักขึ้นรถโดยใช้กำลัง นอกจากนี้ ยังมีภาพตำรวจตบหน้าผู้ถูกควบคุมตัวคนหนึ่งภายในรถโดยสารด้วย อย่างไรก็ตาม ตำรวจกรุงนิวเดลียังไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม
องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ออกแถลงการณ์ประณามการควบคุมตัวนักข่าวอินเดียอย่างน้อย 16 คน โดยระบุว่า การรายงานเหตุการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะไม่ใช่อาชญากรรม แต่เป็นหน้าที่ของสื่อมวลชน และการกระทำของตำรวจต่อผู้สื่อข่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
ด้านนายไนติน นาบิน ประธานพรรค BJP กล่าวหาพรรคฝ่ายค้านและกลุ่ม CJP ว่าพยายามสร้างความไร้เสถียรภาพให้แก่อินเดียตามคำสั่งของ “กองกำลังต่างชาติ” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าหมายถึงฝ่ายใด
กลุ่มเคลื่อนไหวเยาวชนดังกล่าวสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลโมดีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากการประท้วงประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียนรัฐบาลไปจนถึงปัญหาการจ้างงาน โดยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายทางการเมืองครั้งสำคัญต่อโมดีและพรรค BJP ซึ่งครองอำนาจมาเป็นเวลา 12 ปี.


