สิงคโปร์เริ่มดำเนินการโครงการเงินอุดหนุนค่ารักษาอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับหมอกควันพิษในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม ที่คลินิกปฐมภูมิที่เข้าร่วมโครงการและโพลีคลินิกของรัฐ หลังคุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ โดยผู้มีสิทธิ์บางกลุ่มจะได้รับการรักษาฟรีหรือจ่ายไม่เกิน 10 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 260 บาท
สิงคโปร์เริ่มใช้มาตรการอุดหนุนค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวข้องกับหมอกควัน ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม ที่คลินิกในโครงการคลินิกเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข และโพลีคลินิกของรัฐ หลังสถานการณ์หมอกควันข้ามพรมแดนส่งผลให้คุณภาพอากาศทั่วประเทศแย่ลง
นายออง เย กุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ ประกาศเปิดใช้มาตรการดังกล่าวโดยระบุว่า มีเป้าหมายช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาอาการเจ็บป่วยจากหมอกควันได้ในระดับบริการปฐมภูมิ ลดความจำเป็นในการเดินทางไปห้องฉุกเฉินสำหรับอาการที่ไม่รุนแรง
ประชาชนสิงคโปร์ทุกคนมีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนเมื่อเข้ารับการรักษาที่โพลีคลินิกของรัฐ ส่วนคลินิก PHPC ที่เข้าร่วมโครงการจะให้สิทธิ์เฉพาะกลุ่มที่กำหนด ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ถือบัตรหรืออยู่ในโครงการช่วยเหลือบางประเภท
ผู้ถือบัตรช่วยเหลือสาธารณะ จะได้รับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะที่ผู้สูงอายุในโครงการ Pioneer Generation และ Merdeka Generation จ่ายค่ารักษาไม่เกิน 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 131 บาท ส่วนประชาชนกลุ่มอื่นที่มีสิทธิ์จะจ่ายไม่เกิน 10 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 262 บาท
มาตรการอุดหนุนค่ารักษาจากหมอกควันนี้เคยเปิดใช้ครั้งล่าสุดในปี 2015 ซึ่งสิงคโปร์เผชิญหมอกควันรุนแรงจากไฟป่าในอินโดนีเซียที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ที่คลินิก PHPC ซึ่งเข้าร่วมโครงการ ผู้มีสิทธิ์ประกอบด้วยพลเมืองสิงคโปร์อายุไม่เกิน 18 ปี หรืออายุ 65 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้รับความช่วยเหลือสาธารณะ ผู้สูงอายุในโครงการ Pioneer Generation และ Merdeka Generation ผู้ถือบัตร CHAS สีฟ้าและสีส้ม ตลอดจนผู้ถือบัตรยกเว้นค่ารักษาพยาบาล
ส่วนโพลีคลินิกของรัฐเปิดให้พลเมืองสิงคโปร์ทุกคนรับสิทธิ์ได้ โดยโรคและอาการที่ครอบคลุม ได้แก่ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหืด หลอดลมอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน และภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ HealthHub ระบุว่า แพทย์จะประเมินว่าอาการของผู้ป่วยเกี่ยวข้องกับหมอกควันหรือไม่ และเข้าเกณฑ์เบิกเงินอุดหนุนตามโครงการหรือไม่ โดยไม่ครอบคลุมการรักษาหรือยาสำหรับโรคที่ไม่เกี่ยวข้องกับหมอกควัน ทั้งนี้ แพทย์จะสั่งจ่ายยาสำหรับอาการที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นต่อการรักษาในแต่ละครั้ง
ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิก PHPC ที่เข้าร่วมโครงการได้จากเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ หรือสังเกตสัญลักษณ์ PHPC และป้ายประชาสัมพันธ์โครงการอุดหนุนค่ารักษาจากหมอกควันที่คลินิก
นายอองระบุว่า ปัจจุบันมีคลินิกประมาณ 1,370 แห่งอยู่ในโครงการ PHPC และเกือบ 1,000 แห่งแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการอุดหนุนค่ารักษาครั้งนี้แล้ว นายอองกล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจในห้องฉุกเฉินเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ขณะที่โพลีคลินิกก็พบผู้ป่วยอาการลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้นเช่นกัน
เขาระบุว่า ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงควรไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาในห้องฉุกเฉินตามความจำเป็น ส่วนผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงและสามารถรักษาได้ในระดับปฐมภูมิควรเข้ารับบริการที่คลินิก PHPC แทน เพื่อรักษาทรัพยากรของห้องฉุกเฉินไว้สำหรับผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลได้เริ่มใช้มาตรการรับมือหมอกควันแล้ว เช่น ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ ปิดหน้าต่างในหอผู้ป่วย และใช้เครื่องทำความเย็นแบบเคลื่อนที่ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทบทวนปริมาณเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ฉุกเฉิน โดยรัฐมนตรีระบุว่าสิ่งของสำรองยังมีเพียงพอ และประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลในขณะนี้
ประชาชนบางส่วนยินดีต่อการกลับมาใช้มาตรการอุดหนุนค่ารักษา แต่กังวลว่าโพลีคลินิกอาจมีผู้ใช้บริการหนาแน่นขึ้น เนื่องจากพลเมืองสิงคโปร์ทุกคนสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่สถานพยาบาลของรัฐ
สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ (NEA) ระบุว่า ดัชนีมาตรฐานมลพิษเฉลี่ย 24 ชั่วโมง หรือ PSI มีแนวโน้มอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพจนถึงระดับไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมากในช่วง 24 ชั่วโมงถัดไป
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา ค่า PSI เฉลี่ย 24 ชั่วโมงทำสถิติสูงสุดของฤดูหมอกควันปีนี้ โดยพื้นที่ตอนกลางของสิงคโปร์มีค่าดัชนีอยู่ที่ 192 เมื่อเวลา 17.00 น.
หน่วยงานเฉพาะกิจรับมือหมอกควันของสิงคโปร์ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงาน 28 แห่ง ระบุว่า พร้อมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากค่า PSI เฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงเกิน 200 มาตรการดังกล่าวรวมถึงการแจกหน้ากาก N95 ให้แก่ประชาชนที่มีสิทธิ์ และจัดตั้งพื้นที่หลบภัยจากหมอกควันที่มีเครื่องปรับอากาศในศูนย์ชุมชน ตลอดจนศูนย์คณะกรรมการผู้อยู่อาศัยและเครือข่ายผู้อยู่อาศัยบางแห่ง
ส่วนกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์จะพิจารณาปิดโรงเรียน หากการคาดการณ์คุณภาพอากาศในวันถัดไปอยู่ในระดับเป็นอันตราย และค่า PSI เฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงเกิน 300 นายเดสมอนด์ ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า หากมีคำสั่งปิดโรงเรียน จะประกาศให้ทราบภายในเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันก่อนหน้า ผ่านทางโรงเรียนและช่องทางทางการของกระทรวง พร้อมประเมินสถานการณ์เป็นรายวันเพื่อพิจารณาว่าโรงเรียนควรเปิดทำการในวันถัดไปหรือไม่
ด้านนางเกรซ ฟู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สิงคโปร์พร้อมให้ความช่วยเหลืออินโดนีเซียในการควบคุมไฟป่าตามความจำเป็น ท่ามกลางสถานการณ์หมอกควันที่ยังดำเนินอยู่
อินโดนีเซียกำลังเผชิญไฟป่ารุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี โดยสภาพอากาศจากเอลนีโญที่มีความรุนแรงเป็นพิเศษทำให้ป่าไม้และพื้นที่เกษตรกรรมแห้งแล้ง ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเซียระบุเมื่อเดือนก่อนว่า ไฟป่าอาจดำเนินต่อไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากฤดูฝนมีแนวโน้มมาล่าช้า พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนหยุดใช้ไฟในการถางพื้นที่เพื่อเตรียมที่ดินทำกินในช่วงภัยแล้งที่ยืดเยื้อ.
ที่มา CNA


