นายกรัฐมนตรีอังกฤษออกมากล่าวอ้างว่า รัสเซียเข้ามาแทรกแซงการลงประชามติแยกตัวจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit เมื่อปี 2559 และเตือนว่าเหตุการณ์คล้ายกันกำลังเกิดขึ้นในฝรั่งเศสกับเยอรมนี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ต.ค. 2569 นายแอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรออกมากล่าวว่า รัสเซียได้ทำการแทรกแซงการลงประชามติเพื่อให้ประเทศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรือการทำ เบร็กซิต (Brexit) เมื่อปี 2559 โดยยืนยันว่าได้รับคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องนี้หลังจากเข้ารับตำแหน่งในบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง

เบิร์นแฮมระบุในรายการพอดแคสต์ The Rest is Politics ว่า หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะแทรกแซงการลงมติเมื่อปี 2559 และระบุว่า “ผมได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า ใช่ มีการแทรกแซงจริง”

“ผมคิดว่าที่ผ่านมาเราตกเป็นฝ่ายรับมากเกินไป และเรายังไม่ได้แจ้งให้ประชาชนรับทราบมากพอว่า มีความพยายามจากต่างประเทศในการขัดขวางกระบวนการทางการเมืองมากขนาดไหน” นายเบิร์นแฮมกล่าว โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า มอสโกแทรกแซงการลงมติดังกล่าวแบบใด หรือมีขอบเขตกว้างเพียงไร

นายกรัฐมนตรีอังกฤษเตือนด้วยว่า การแทรกแซงในลักษณะเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นในฝรั่งเศสและเยอรมนีด้วย โดยระบุว่า “มีการบิดเบือนข้อมูล ข้อมูลเท็จที่ส่งมาจากรัสเซียเข้าสู่การเมืองเยอรมนีอย่างแน่นอน” และเพิ่มเติมว่า “สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องบันทึกไว้อย่างชัดเจนในตอนนี้ และผมเชื่อว่าจะช่วยให้ผู้ลงคะแนนในเยอรมนีและฝรั่งเศสเข้าใจว่า การเมืองบางส่วนถูกยุยงโดยศัตรูของเรา นั่นคือ รัสเซีย”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้สนับสนุนการ Brexit อย่างกลุ่ม Britain Unbound ออกมาโต้แย้งคำพูดของนายเบิร์นแฮมว่าเป็น “ความพยายามอันหยาบกระด้างอีกครั้งที่จะบ่อนทำลายความชอบธรรมของการตัดสินใจของประชาชนชาวอังกฤษในปี 2559”

พวกเขาย้ำอีกว่า การแทรกแซงของต่างชาติเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ แต่ “ไม่มีเหตุผลที่ดีพอที่จะเชื่อว่าการแทรกแซงของรัสเซียมีผลต่อผลลัพธ์ของการทำประชามติในปี 2559” พร้อมเสริมว่า “ถือเป็นการดูถูกอย่างยิ่งหากจะบอกว่าผู้ลงคะแนนถูกหลอกได้ง่ายดายขนาดนั้น”

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ปฏิเสธรายงานการแทรกแซงของรัฐสภาอังกฤษทันที โดยเรียกว่าเป็นอาการ “หวาดกลัวรัสเซีย” หรือ “รัสโซโฟเบีย” (Russophobia) ขณะที่โฆษกรัฐบาลเครมลินยืนยันว่า “รัสเซียไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งของประเทศอื่น”

ทั้งนี้ ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อเดือนกันยายน นายเบิร์นแฮมกล่าวหาหน่วยงานของรัสเซียว่าใช้ “ทุกวิถีทางที่มีอยู่เพื่อแพร่กระจายการโกหก ข้อมูลเท็จ และซ้ำเติมความกลัวของผู้คน” พร้อมประกาศตั้งศูนย์แห่งใหม่เพื่อ “ยับยั้งคลื่นพิษ” ของข้อมูลเท็จ

ขณะที่โฆษกของสำนักงานนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรยืนยันว่า กำลังมีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และยกระดับศักยภาพของหน่วยข่าวกรองและตำรวจในการรับมือภัยคุกคามต่างชาติ


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc