เซเลนสกี ผู้นำยูเครนยืนยันว่า เขาพร้อมจัดการเลือกตั้ง หากรัสเซียตกลงหยุดยิงยูเครนโดยสมบูรณ์เป็นเวลา 60 วัน หลังจากทรัมป์เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวผู้นำยูเครน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ต.ค. 2569 ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกมากล่าวตอบโต้ถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์จากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยระบุว่า เขาพร้อมจะจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นในยูเครน หากประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน
“โปรดบอกปูตินด้วยว่า ขอเวลาเราสองเดือน หยุดยิงโดยสมบูรณ์เป็นเวลา 60 วัน แล้วเราจะจัดการเลือกตั้ง” เซเลนสกีกล่าวในรายการ This Week ทางสถานีโทรทัศน์ ABC
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เซเลนสกีจากการที่ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย เพียงหนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเชื้อเพลิงของรัสเซียเป็นการชั่วคราว ซึ่งเดิมทีมาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตัดรายได้ของมอสโกในการนำไปอุดหนุนสงครามในยูเครน
“ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ยูเครนควรจะมีประธานาธิบดีคนใหม่” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในวันเสาร์ และโจมตีเซเลนสกีว่ามีโอกาสมากมายที่จะทำข้อตกลงเพื่อยุติสงครามกับรัสเซียแต่ไม่ทำ
เพื่อตอบโต้ประเด็นดังกล่าว เซเลนสกีกล่าวว่า “ขึ้นอยู่กับชาวยูเครน” ที่จะเป็นผู้เลือกผู้นำของตนเอง พร้อมชี้ว่าปูตินเองก็อยากเปลี่ยนตัวผู้นำยูเครนเช่นกัน
เขากล่าวเสริมว่า มันง่ายเกินไปที่จะโยนความผิดให้ยูเครนว่าเป็นสาเหตุทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น “ในเมื่อทุกคนบนโลกต่างเข้าใจดีว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้นเป็นเพราะสงครามในตะวันออกกลาง”
ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ เซเลนสกีระบุว่า ยูเครนพร้อมที่จะยุติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย หากมอสโกยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของยูเครนด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงตามที่ทรัมป์อธิบายไว้เมื่อวันศุกร์ รัสเซียจะส่งมอบน้ำมันดีเซลจำนวนมากกว่า 300,000 ตัน สู่ตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลกในทันที ซึ่งคิดเป็นปริมาณเทียบเท่ากับเชื้อเพลิงประมาณ 2.25 ล้านบาร์เรล โดยสหรัฐฯ มีการส่งออกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
การระงับคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียในครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันในการลดราคาน้ำมันในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าพรรครีพับลิกันของเขาจะยังคงครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสสำหรับช่วงสองปีสุดท้ายในการดำรงตำแหน่งของเขาหรือไม่
ด้านสมาชิกรัฐสภาจำนวนมาก รวมถึงสมาชิกรวมพรรครีพับลิกัน ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงน้ำมันดีเซลดังกล่าวว่าเป็นการให้รางวัลแก่ปูติน
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna


