กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดการสอบสวนสถานีโทรทัศน์ ABC, CBS, CNN, NBC และ Fox News ว่าอาจละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดทางธุรกิจหรือไม่ หลังทั้ง 5 สถานีระงับการรายงานข่าวจากทำเนียบขาวร่วมกันเป็นเวลาหลายวัน เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับสื่อ 3 แห่งที่ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งเพิกถอนสิทธิเข้าถึงทำเนียบขาว
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กำลังสอบสวนสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ ABC, CBS, CNN, NBC และ Fox News เพื่อพิจารณาว่าการระงับการรายงานข่าวจากทำเนียบขาวร่วมกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา เข้าข่ายละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของรัฐบาลกลางหรือไม่
กระทรวงยุติธรรมได้ขอให้สถานีโทรทัศน์ทั้ง 5 แห่งส่งมอบเอกสารและการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับระบบกลุ่มผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ประจำทำเนียบขาว หรือ White House TV pool ซึ่งเป็นระบบที่สถานีโทรทัศน์ผลัดกันส่งทีมข่าวไปติดตามความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดี และแบ่งปันภาพข่าวกับสื่ออื่น ๆ ที่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้โดยตรง
โฆษกกระทรวงยุติธรรมระบุว่า การคว่ำบาตรร่วมกันระหว่างคู่แข่งทางธุรกิจอาจละเมิดกฎหมายเชอร์แมน (Sherman Act) ซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลางที่ใช้ป้องกันการผูกขาดและพฤติกรรมที่จำกัดการแข่งขัน พร้อมย้ำว่า หน่วยงานต่อต้านการผูกขาดกำลังตรวจสอบเพื่อพิจารณาว่าองค์กรข่าวเหล่านี้ละเมิดกฎหมายหรือไม่
การสอบสวนเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 19 กันยายน ทำเนียบขาวสั่งระงับสิทธิการเข้าถึงอาคารของผู้สื่อข่าวจาก CNN, Politico และ MS NOW โดยกล่าวหาว่าสื่อเหล่านี้นำเสนอข้อมูลที่เป็น “เรื่องแต่งหรือคำโกหก” เกี่ยวกับรัฐบาลของทรัมป์ ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่าการรายงานข่าวประธานาธิบดีเป็น “สิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิที่พึงได้รับโดยอัตโนมัติ”
สื่อทั้งสามแห่งยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ โดยโต้แย้งว่าการจำกัดสิทธิเข้าถึงทำเนียบขาวละเมิดบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1 (First Amendment) ซึ่งคุ้มครองเสรีภาพสื่อมวลชน และกล่าวหาว่ารัฐบาลตอบโต้การนำเสนอข่าวของพวกตน ต่อมาทำเนียบขาวคืนสิทธิเข้าถึงให้แก่สื่อทั้งสามแห่ง หลังศาลมีคำวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว
สถานีโทรทัศน์ทั้ง 5 แห่งเป็นสมาชิกหลักของกลุ่มผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ประจำทำเนียบขาว โดยร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ผลัดกันจัดทีมข่าว และแบ่งปันภาพข่าวให้สื่ออื่นทั่วประเทศ เมื่อเกิดข้อพิพาทกับทำเนียบขาว ทั้ง 5 สถานีจึงระงับการรายงานข่าวตามระบบดังกล่าวพร้อมกัน และปฏิเสธที่จะจัดหาภาพข่าวทดแทนในช่วงเวลานั้น
ก่อนหน้านี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลทรัมป์ประกาศเข้าควบคุมการบริหารจัดการกลุ่มผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ซึ่งสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวเป็นผู้ดูแลมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ
ในเดือนเดียวกัน รัฐบาลยังจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เช่น ห้องทำงานรูปไข่ของประธานาธิบดีและเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ของผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสำนักข่าว Associated Press (AP) หลังสำนักข่าวยังใช้คำว่า “อ่าวเม็กซิโก” แทนคำว่า “อ่าวอเมริกา” ตามที่ทรัมป์ต้องการให้เรียก โดย AP ยื่นฟ้องรัฐบาล และคดียังคงอยู่ระหว่างดำเนินการ
การสอบสวนครั้งล่าสุดถือเป็นอีกหนึ่งความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับองค์กรสื่อรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันทางกฎหมายและการเงินต่อสื่อมวลชนให้ต้องรายงานความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดี แม้จะไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ทำเนียบขาวปฏิบัติต่อสื่อก็ตาม
ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ทั้งห้าแห่งยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อคำขอของสำนักข่าวรอยเตอร์เกี่ยวกับการสอบสวนดังกล่าว โดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เป็นสื่อแรกที่รายงานข่าวเรื่องนี้.


