ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะไม่เปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ โดยอ้างว่าทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกันอย่างมีความคืบหน้า เพื่อหาทางยุติสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลว่า แม้อิหร่านกำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบากอย่างมากทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหาร แต่สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการปิดล้อมไว้อย่างเต็มรูปแบบ และจะไม่โจมตีอิหร่านในช่วงเวลาใดก็ตามก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ กำลังหารือกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างมีความคืบหน้า

คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จากรายงานข่าวที่ระบุว่า ทำเนียบขาวได้ขอให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จัดเตรียมทางเลือกในการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ซึ่งอาจนำมาใช้ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม โดยนิตยสารดิแอตแลนติก รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ว่า การเตรียมแผนยังคงดำเนินต่อไป แม้ทรัมป์จะยังลังเลเกี่ยวกับแนวทางดังกล่าว

ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันทั่วโลก รวมถึงความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กับซาอุดีอาระเบีย

ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงสำคัญในตลาดโลก พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 105.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี ก่อนลดลงมาอยู่ที่ 104.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้ค่าครองชีพกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจ

ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้พบว่า ชาวอเมริกันประมาณ 60% ไม่เห็นด้วยกับวิธีที่ทรัมป์จัดการสถานการณ์ในอิหร่าน โดยในจำนวนนี้มีผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันประมาณหนึ่งในสี่รวมอยู่ด้วย สงครามจึงกลายเป็นปัจจัยกดดันต่อทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกัน ขณะที่พรรคกำลังพยายามรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน

ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่า คาดว่าราคาน้ำมันจะลดลงหลังการเลือกตั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เปิดเผยแผนการยุติสงครามอย่างละเอียด

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านและสหรัฐฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อเสนอเพื่อหาทางยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดจากอิหร่าน

สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เตหะรานจะไม่ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และจะไม่ส่งมอบคลังยูเรเนียมที่มีอยู่ โดยอ้างคำกล่าวของหัวหน้าองค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่าน ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า อิหร่านจำเป็นต้องลดขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างมีนัยสำคัญ หากต้องการยุติสงคราม

สหรัฐฯ อิสราเอล และชาติพันธมิตรตะวันตกกล่าวหาอิหร่านมาเป็นเวลานานว่า พยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้คำมั่นว่า รัสเซียจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยคลี่คลายสงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างการพบหารือกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ก่อนเข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคในประเทศเติร์กเมนิสถาน

สื่อรัสเซียรายงานว่า ปูตินกล่าวว่า รัสเซียพร้อมดำเนินการทุกอย่างที่อยู่ในขีดความสามารถ เพื่อช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย พร้อมระบุว่าอิหร่านได้พยายามอย่างจริงจังเพื่อยุติสงคราม

การพบหารือมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดเครือรัฐเอกราช (CIS) ซึ่งมีกำหนดเริ่มในวันศุกร์ ที่เมืองอาวาซา เมืองตากอากาศริมทะเลแคสเปียนของเติร์กเมนิสถาน

รัสเซียและอิหร่านกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและการทหารมากขึ้น นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยทั้งสองประเทศพึ่งพาความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น

ด้านเปเซชเคียนกล่าวว่า อิหร่านยังคงเปิดช่องทางเจรจา แต่ทุกครั้งที่มีการเจรจากับสหรัฐฯ กลับเกิดการโจมตีขึ้นอีก พร้อมยืนยันว่าอิหร่านต้องการกรอบข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อยุติสงคราม

อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าพยายามบังคับให้ประเทศต่าง ๆ ยอมรับนโยบายและมุมมองของตน โดยระบุว่า หากสหรัฐฯ ยังคงใช้แนวทางฝ่ายเดียว ก็จะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งได้

การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. จะมีความสำคัญต่อช่วงสองปีสุดท้ายของวาระประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส แม้ทรัมป์จะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ แต่เขายังคงจัดการชุมนุมหาเสียงหลายครั้งเพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคและพยายามรักษาฐานเสียง

ทรัมป์เคยเตือนว่า หากพรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เขาอาจเผชิญกระบวนการถอดถอนจากตำแหน่งเป็นครั้งที่สาม ขณะที่ทำเนียบขาวเตรียมรับมือกับการสอบสวนหลายประเด็น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการใช้อำนาจโดยมิชอบ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังพยายามชี้แจงคำพูดของตนในการปราศรัยเมื่อต้นสัปดาห์ หลังกล่าวว่าอิหร่านอาจโจมตีหรือทำลายเมืองลอสแอนเจลิสและซานดิเอโก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยทรัมป์วัย 80 ปี กล่าวโทษสื่อที่เขาเรียกว่าเป็นข่าวปลอมและสร้างเรื่องว่า นำคำพูดของเขาไปตีความผิด

ทรัมป์ชี้แจงว่า สิ่งที่เขาต้องการสื่อคือ การที่ราคาน้ำมันเบนซินปรับขึ้นชั่วคราวถือเป็นต้นทุนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมตั้งคำถามว่า หากอิหร่านโจมตีเมืองซานดิเอโกหรือลอสแอนเจลิสจริง ผลกระทบจะรุนแรงเพียงใด.


ที่มา AFP / Reuters