อิสราเอลสั่งลดสถานะการดำเนินงานของสถานกงสุลอังกฤษในเยรูซาเลม พร้อมให้เจ้าหน้าที่การทูตอังกฤษเพียง 7 คนปฏิบัติงานในขอบเขตจำกัด ขณะที่อังกฤษยืนยันอาคารยังเปิดดำเนินการในชื่อ "คณะผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำเยรูซาเลม" และจะเดินหน้าบริการที่จำเป็นแก่ประชาชนปาเลสไตน์ ท่ามกลางความขัดแย้งจากมาตรการคว่ำบาตรนิคมอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์

อิสราเอลระบุว่า สถานกงสุลอังกฤษในนครเยรูซาเลมลดสถานะการดำเนินงานในฐานะสถานกงสุลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ขณะที่นักการทูตอังกฤษส่วนใหญ่จะเดินทางออกจากอิสราเอล โดยจะเหลือเจ้าหน้าที่การทูตเพียง 7 คนที่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานจากอาคารดังกล่าวในขอบเขตจำกัด

กิเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นผลจากการหารือกับรัฐบาลอังกฤษ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้น

ซาอาร์กล่าวว่า นักการทูตอังกฤษ 20 คน รวมถึงกงสุลใหญ่ จะสิ้นสุดภารกิจและเดินทางออกจากอิสราเอล โดยอิสราเอลอนุญาตให้คณะทำงานซึ่งประกอบด้วยนักการทูตเพียง 7 คน ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในอาคารเดิมได้ แต่ขอบเขตการทำงานจะถูกจำกัดอย่างมาก

อาคารดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลอังกฤษ ขณะที่ซาอาร์ระบุว่า อิสราเอลกับอังกฤษเห็นพ้องที่จะเดินหน้าการเจรจาระหว่างรัฐบาลต่อไป โดยทั้งสองฝ่ายยังสามารถหยิบยกประเด็นที่มีความสำคัญต่อแต่ละฝ่ายขึ้นหารือได้

อย่างไรก็ตาม อังกฤษยืนยันว่าไม่ได้ปิดสถานกงสุลโดยสิ้นเชิง โดยนายเอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ ระบุว่า อาคารจะยังคงเปิดดำเนินการ และเปลี่ยนชื่อเป็น "คณะผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำเยรูซาเลม"

มิลลิแบนด์กล่าวว่า คณะผู้แทนดังกล่าวยังคงเป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระและปฏิบัติงานได้ตามปกติ พร้อมยืนยันว่าจะยังให้บริการที่จำเป็น และทำงานร่วมกับประชาชนปาเลสไตน์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม อังกฤษระบุว่าได้ถอนเจ้าหน้าที่และครอบครัวบางส่วนออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิสราเอลเกี่ยวกับหลักประกันที่จำเป็นสำหรับความปลอดภัยและการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ รวมถึงอาคารสถานที่

กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษระบุว่า นักการทูต 7 คนที่ยังประจำอยู่จะยังคงปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระ และให้บริการที่จำเป็นต่อไป ขณะที่อิสราเอลระบุว่าการดำเนินงานของบุคลากรกลุ่มนี้จะอยู่ใน “ขอบเขตที่จำกัด”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังอิสราเอลประกาศว่าจะสั่งปิดสถานกงสุลอังกฤษ เพื่อตอบโต้ที่อังกฤษเป็นหนึ่งในประเทศตะวันตกที่ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อการค้ากับนิคมอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง หลังเกิดเหตุความรุนแรงจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์เพิ่มขึ้น

มาตรการของอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการร่วมกับอีก 11 ประเทศ รวมถึงแคนาดาและฝรั่งเศส ที่ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่อนิคมอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ โดยนิคมดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศตามจุดยืนของประชาคมระหว่างประเทศส่วนใหญ่

ก่อนหน้านี้ นายซาอาร์ประกาศมาตรการตอบโต้หลายประการ นอกจากสั่งปิดสถานกงสุลแล้ว ยังระบุว่าจะขับผู้แทนอังกฤษออกจากศูนย์ติดตามแผนหยุดยิงในฉนวนกาซาที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ระงับการฝึกอบรมที่อังกฤษให้แก่กองกำลังของทางการปาเลสไตน์ และห้ามชาวอังกฤษ 12 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกรัฐสภา เดินทางเข้าอิสราเอล โดยอิสราเอลระบุว่าได้ดำเนินมาตรการเหล่านี้แล้ว

ในช่วงก่อนถึงกำหนดปิดสถานกงสุล รัฐบาลอังกฤษพยายามเจรจาในช่วงสุดท้ายเพื่อโน้มน้าวให้อิสราเอลยกเลิกคำสั่งดังกล่าว หลังอิสราเอลกำหนดให้สถานกงสุลยุติการดำเนินงานภายใน 30 วันนับจากวันที่อังกฤษประกาศมาตรการคว่ำบาตร

ซาอาร์ระบุว่า การเจรจากับรัฐบาลอังกฤษนำไปสู่ข้อตกลงในหลักการบางประการ ซึ่งทำให้อิสราเอลยอมให้คณะทำงานนักการทูต 7 คนยังคงอยู่ในอาคารต่อไป และไม่มีการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมต่ออิสราเอลในช่วงที่การเจรจายังคงดำเนินอยู่

สื่ออิสราเอลก่อนหน้านี้รายงานว่า อังกฤษอาจพิจารณาขับนักการทูตอิสราเอลออกจากกรุงลอนดอน เพื่อตอบโต้หากอิสราเอลปิดสถานกงสุล ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศย่ำแย่ลงไปอีก ข้อตกลงล่าสุดจึงถือเป็นการประนีประนอมในระดับหนึ่ง โดยอิสราเอลสามารถยืนยันได้ว่าสถานกงสุลได้ "ยุติการดำเนินงาน" ขณะที่อังกฤษยังคงรักษาสถานะและบุคลากรบางส่วนไว้ในพื้นที่

มิลลิแบนด์ย้ำว่า รัฐบาลอังกฤษยังคงยืนยันจุดยืนระยะยาวว่า เยรูซาเลมตะวันออกเป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้การยึดครอง และอังกฤษไม่ยอมรับสิทธิของอิสราเอลในการสั่งปิดสถานกงสุล

สตีเฟน โดห์ตี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ กล่าวว่า อาคารดังกล่าวยังเปิดดำเนินการ และอังกฤษยังคงมีบุคลากรที่สามารถทำงานร่วมกับทางการปาเลสไตน์ได้ พร้อมระบุว่า รัฐบาลอังกฤษยังคงหารือกับอิสราเอลในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

โดห์ตียังยืนยันว่า แม้ชื่อหน่วยงานจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งสำคัญคืออังกฤษยังคงมีสถานะและบุคลากรอยู่ในพื้นที่ และรัฐบาลอังกฤษจะยังคงดำเนินนโยบายต่อรัฐบาลอิสราเอลในประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกันต่อไป

ขณะที่มิลลิแบนด์ระบุว่า อังกฤษยังสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้หากจำเป็น แต่จะยังไม่ดำเนินการในช่วงที่การหารือระหว่างสองประเทศยังมีความคืบหน้าและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้น้อยที่อังกฤษจะใช้มาตรการตอบโต้ก่อนการเลือกตั้งของอิสราเอลในช่วงปลายเดือนนี้

ด้านช่างภาพข่าวเอเอฟพีพบว่า ตราสัญลักษณ์ทางการทูตและป้ายชื่อสถานกงสุลอังกฤษที่ติดอยู่ด้านหน้าอาคารถูกถอดออกแล้ว อย่างไรก็ตาม ธงชาติอังกฤษยังคงปรากฏอยู่ด้านนอกอาคาร และพบเจ้าหน้าที่บางส่วนเดินทางเข้าไปภายใน ขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการติดป้ายชื่อใหม่ของคณะผู้แทนอังกฤษหรือไม่

สถานกงสุลอังกฤษในกรุงเยรูซาเลมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1838 หรือเกือบ 200 ปีก่อน มีหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ของสหราชอาณาจักรกับชาวปาเลสไตน์ในเยรูซาเลม ตลอดจนเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา รวมถึงดูแลผลประโยชน์ด้านการเมือง การค้า ความมั่นคง และเศรษฐกิจของอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับปาเลสไตน์ และให้บริการด้านกงสุลแก่พลเมืองอังกฤษในพื้นที่

สถานกงสุลแห่งนี้ตั้งอยู่ในเยรูซาเลมตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ในอดีตถือเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนปาเลสไตน์ และอิสราเอลเข้ายึดครองได้ในปี 1967 ก่อนประกาศผนวกพื้นที่ดังกล่าวในเวลาต่อมา และถือว่าเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้ของอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม อังกฤษและประเทศส่วนใหญ่ของโลกไม่ยอมรับอธิปไตยของอิสราเอลเหนือเยรูซาเลมทั้งหมด ขณะที่สถานกงสุลอังกฤษในเยรูซาเลมตะวันออกมีสถานะและบทบาทแยกจากสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษในกรุงเทลอาวีฟ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการทูตหลักของอังกฤษที่มีต่อรัฐบาลอิสราเอล.


ที่มา BBC / AFP