รัฐยะโฮร์ของมาเลเซียสั่งปิดโรงเรียนทุกแห่งเป็นเวลา 2 วัน เริ่ม 8 ต.ค. หลังคุณภาพอากาศแย่ลงและค่าดัชนีมลพิษทางอากาศพุ่งแตะระดับไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก โดยจะเรียนผ่านระบบออนไลน์แทน
รัฐยะโฮร์ของมาเลเซียประกาศปิดโรงเรียนทุกแห่งเป็นเวลา 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. หลังสถานการณ์หมอกควันรุนแรงขึ้นและคุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ลดลง โดยเป็นมาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของนักเรียน
มูฮัมหมัด นากิบ โมฮัมหมัด กาซาลี ประธานคณะกรรมการการศึกษาและสารสนเทศรัฐยะโฮร์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นตามคำสั่งของ ตุนกู อิสมาอิล สุลต่าน อิบราฮิม ผู้สำเร็จราชการรัฐยะโฮร์
เจ้าหน้าที่ระบุว่ารัฐบาลเข้าใจว่าการปิดโรงเรียนอาจส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองที่ยังต้องเดินทางไปทำงาน พร้อมขอความร่วมมือจากนายจ้างให้พิจารณาความยืดหยุ่นในการทำงานและจัดรูปแบบการทำงานที่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ
ยะโฮร์ถือเป็นรัฐแรกในคาบสมุทรมาเลเซียที่ประกาศปิดโรงเรียนชั่วคราวในช่วงฤดูหมอกควันปีนี้ หลังจากเมื่อวันที่ 7 ต.ค. โรงเรียนและสถาบันการศึกษาประมาณ 300 แห่งในเขตบาตูปาฮัตถูกสั่งปิด เนื่องจากดัชนีมลพิษทางอากาศ หรือ API เพิ่มขึ้นแตะระดับไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก
สำหรับการสอบหรือการประเมินผลที่มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปิดโรงเรียนจะถูกเลื่อนออกไป โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงานการศึกษารัฐยะโฮร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่นักเรียนจะยังสามารถเรียนต่อได้ผ่านการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ที่บ้านตลอดระยะเวลา 2 วัน
สถานการณ์หมอกควันส่งผลให้หลายพื้นที่ของยะโฮร์มีค่าดัชนีมลพิษทางอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ต.ค. พื้นที่บาตูปาฮัตมีค่า API สูงถึง 203 ซึ่งอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก และเป็นค่าที่สูงที่สุดในประเทศในขณะนั้น ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น New Straits Times
ดัชนี API ของมาเลเซียแบ่งระดับคุณภาพอากาศเป็น 0-50 อยู่ในระดับดี, 51-100 ระดับปานกลาง, 101-200 ระดับไม่ดีต่อสุขภาพ, 201-300 ระดับไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก และมากกว่า 300 อยู่ในระดับอันตราย
นอกจากบาตูปาฮัตแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 ต.ค. เมืองเซกาแมตและปาซีร์กูดังมีค่า API อยู่ที่ 171 ขณะที่ตันกักอยู่ที่ 168, กลวง 166, ลาร์กิน 162, โกตาติงกี 160 และเปิงเกอรัง 156
ด้าน อนน์ ฮาฟิซ กาซี มุขมนตรีรัฐยะโฮร์ เรียกร้องให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน มีบทบาทมากขึ้นในการแก้ไขวิกฤตหมอกควันในภูมิภาค พร้อมเสนอให้จัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือแนวทางรับมือ โดยเขาระบุว่า หากมีความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพทั้งด้านการป้องกัน การติดตามสถานการณ์ และการตอบสนองต่อปัญหา จะสามารถดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนทั่วภูมิภาคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ


