คริสตา ไพก์ นักโทษประหารหญิงชาวอเมริกัน ฟื้นและสามารถพูดคุยได้แล้ว หลังจากเธอรอดจากความพยายามฉีดยาประหารชีวิตถึง 2 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2569 ทนายความของ คริสตา ไพก์ นักโทษประหารวัย 50 ปี ในรัฐเทนเนสซี เปิดเผยว่า เธอฟื้นคืนสติและสามารถพูดคุยได้แล้ว แม้ยังคงต้องได้รับการรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิดและถูกใส่กุญแจมือไว้ที่โรงพยาบาลในแนชวิลล์ หลังเธอรอดชีวิตจากการถูกฉีดยาประหารชีวิตถึง 2 โดสเมื่อสัปดาห์ก่อน
เดโบราห์ เดนโน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม ระบุว่านี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เพราะไพก์ ถือเป็นนักโทษคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่ถูกฉีดยาพิษ (Pentobarbital) เข้าสู่ร่างกายจนจบกระบวนการแล้วแต่กลับรอดชีวิตมาได้
ด้าน ดร.โจเอล ซีวอต วิสัญญีแพทย์ที่ปรึกษาฝ่ายจำเลย ชี้ว่าปริมาณยา Pentobarbital ที่เธอได้รับมากพอจะทำให้เสียชีวิตได้ทันที หากเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตตามปกติ แต่คาดว่าตัวยาอาจไม่ได้เข้าเส้นเลือดโดยตรงและซึมกระจายไปตามเนื้อใต้ผิวหนังแทน
ดร.ซีวอต คาดว่า ไพก์อาจได้รับบาดเจ็บทางสมองเนื่องจากไม่ได้ได้รับการปั๊มหัวใจฟื้นคืนชีพในทันที
ทั้งนี้ ผลจากการประหารชีวิตผิดพลาดดังกล่าว ทำให้นายบิล ลี ผู้ว่าการรัฐเทนเนสซี สั่งระงับการประหารชีวิตนักโทษทุกรายตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ ขณะที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ประจำรัฐเทนเนสซีประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยที่ยังไม่มีการชี้แจงสาเหตุของความผิดพลาด และยังไม่ได้ระบุว่าจะพยายามประหารชีวิตไพก์อีกครั้งหรือไม่
อนึ่ง ไพก์ ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2539 ซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุเพียง 18 ปี จากการก่อเหตุฆาตกรรม คอลลีน สเลมเมอร์ (Colleen Slemmer) วัย 19 ปี เมื่อปี 2538 ซึ่งเธอกับแฟนหนุ่มร่วมกันทรมานและทำร้ายเหยื่ออย่างทารุณ รวมถึงการสลักรูปดาวห้าแฉกบนหน้าอกเหยื่อ
ก่อนการประหารชีวิต ทนายของไพก์เคยเตือนไว้แล้วว่าเธอมีสภาวะทางร่างกายที่เป็นอุปสรรคต่อการฉีดยาประหารชีวิต เช่น เกล็ดเลือดสูงและเส้นเลือดเล็ก ซึ่งเสี่ยงต่อการเจ็บปวดอย่างรุนแรงและไม่จำเป็นระหว่างการสำเร็จโทษ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc


