กองทัพรัฐบาลเยเมนบุกโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีสายฟ้าแลบ จนต้องถอยร่นออกจากพื้นที่ชายฝั่งรอบช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ ที่ฮูตีบุกยึดได้เมื่อเดือนก่อน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 5 ต.ค. 2569 กองทัพรัฐบาลเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย เปิดฉากบุกจู่โจมอย่างรวดเร็วเพื่อยึดคืนพื้นที่ชายฝั่งรอบช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) ไปจนถึงเมืองโมชา (Mocha) ส่งผลให้กลุ่มฮูตี ที่มีอิหร่านหนุนหลังต้องถอยร่นออกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ยึดไปเมื่อเดือนก่อน
กองกำลังรัฐบาลเยเมนซึ่งรับการสนับสนุนจากการโจมตีทางอากาศของซาอุดีอาระเบีย สามารถยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญ รวมถึงสนามบินในเขต “ดูบับ” (Dhubab) และรุกเข้าสู่ชานเมืองโมชา ส่งผลให้กองกำลังฮูตีต้องถอยร่นเข้าสู่พื้นที่ภูเขา
การยึดคืนพื้นที่ชายฝั่งช่วยลดความเสี่ยงที่กลุ่มฮูตีจะรบกวนการขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมหาสมุทรอินเดียให้น้อยลง แม้ฮูตีจะยังสามารถใช้โดรนโจมตีจากระยะไกลได้อยู่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตีออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องการเสียพื้นที่บริเวณช่องแคบ และอ้างว่าพวกเขารุกคืบในพื้นที่ใกล้มหานครตาอิซ (Taiz) ซึ่งเป็นเมืองหลวงชั่วคราวของรัฐบาลเยเมน แทนที่กรุงซานาที่ถูกกลุ่มกบฏยึดไป จนสามารถปิดล้อมเส้นทางคมนาคมและปิดล้อมกองกำลังรัฐบาลไว้ได้
กลุ่มฮูตียังขู่อีกว่า จะเปิดฉากโจมตีการจราจรทางอากาศในน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบียด้วย
ทั้งนี้ สงครามกลางเมืองในเยเมนปะทุขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความตึงเครียดที่ขยายตัวมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ เป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก การสู้รบในบริเวณนี้ซ้ำเติมตลาดพลังงานโลกที่ได้รับผลกระทบจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอยู่แล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอีก
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการย้ายถิ่นฐาน (IOM) รายงานว่า นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นใหม่ มีประชาชนในเยเมนกว่า 184,000 คนแล้ว ที่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และเกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างรุนแรง ผู้คนจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารและสาธารณสุขอย่างเร่งด่วน
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : reuters