ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลรอบแรก แต่คะแนนไม่ขาด ทำให้ต้องตัดสินกับ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีคนปัจจุบันในการเลือกตั้งรอบ 2 ช่วงปลายเดือนนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 5 ต.ค. 2569 ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลรอบแรกชี้ว่า ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ผู้สมัครฝ่ายขวา ชนะการเลือกตั้งรอบแรกด้วยคะแนน 47% เบียดเอาชนะ ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีคนปัจจุบันจากฝ่ายซ้ายที่ได้ไป 45% ซึ่งถือเป็นผลการเลือกตั้งที่เหนือความคาดหมาย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด หรือคะแนนเกิน 50% จึงต้องมีการเลือกตั้งรอบตัดสิน (Run-off) ระหว่างผู้สมัคร 2 คนที่มีคะแนนสูงที่สุด ในวันที่ 25 ต.ค. นี้

ฟลาวิโอ โบลโซนาโร วัย 45 ปี เป็นบุตรชายของ ชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีที่กำลังรับโทษจำคุก 27 ปีจากคดีพยายามรัฐประหารหลังแพ้เลือกตั้งปี 2565 โดยโบลโซนาโรผู้ลูกให้สัญญาว่าหากชนะจะอภัยโทษให้พ่อของเขา

นอกจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้ว บราซิลยังจัดการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ 27 รัฐ, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 513 คน และวุฒิสมาชิก 54 คน จากทั้งหมด 81 คนด้วย ซึ่ง “พรรคเสรีนิยม” (PL) ของฟลาวิโอ โบลโซนาโร ล้วนทำผลงานได้ดีกว่าพรรคคู่แข่ง หมายความว่า มีโอกาสสูงที่พรรคของเขาจะครองอำนาจส่วนใหญ่ของสภาคองเกรส

หลังทราบผลการเลือกตั้ง ฟลาวิโอออกมาแสดงความยินดีกับชัยชนะต่อหน้าผู้สนับสนุน พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถนำพาบราซิลไปสู่ “รัฐบาลที่ทันสมัย” และ “ปลดปล่อยชาวบราซิล” ในรอบตัดสิน

ด้าน ลูลา ดา ซิลวา ยอมรับว่าผลการเลือกตั้ง “ผิดคาด” เพราะตั้งใจจะชนะตั้งแต่รอบแรก แต่ยืนยันว่าการต่อสู้ยังไม่จบและจะชนะในรอบตัดสิน พร้อมเตือนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือการเลือกระหว่าง “ประชาธิปไตย” หรือ “ความป่าเถื่อน”

ทั้งนี้ ผู้สมัครทั้งสองคนต่างมีข้อครหาติดตัว จากคดีฉ้อโกงของนายธนาคาร แดเนียล วอร์คาโร โดยฟลาวิโอถูกสอบสวนเรื่องคลิปเสียงที่เขาขอเงินสร้างภาพยนตร์ชีวประวัติพ่อของเขา ส่วนลูลาได้รับผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากวอร์คาโรพยายามติดต่อผู้พิพากษาศาลสูงสุด อเล็กซานเดอร์ เดอ โมราเอส ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของลูลา เพื่อขอความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของนายฟลาวิโอชี้ว่า มีชาวบราซิลจำนวนมากที่ต้องการหันไปสร้างความสัมพันธ์และแนวร่วมที่ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกาภายใต้รัฐบาลทรัมป์มากขึ้น ซึ่งการเลือกตั้งรอบตัดสินจะเป็นตัวชี้วัดว่า ชาวบราซิลคนอื่นๆ จะมีความเห็นคล้อยตามด้วยหรือไม่


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc