ยูเอ็นเตือน อากาศร้อนจัดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มความเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งคลอดก่อนกำหนด ทารกเสียชีวิต น้ำหนักแรกเกิดต่ำ และภาวะแทรกซ้อนของมารดา
นายไซมอน สตีล หัวหน้าสำนักเลขาธิการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ เตือนถึงผลกระทบของสภาพอากาศร้อนจัดต่อหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกเกิด โดยระบุว่าอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อการตั้งครรภ์มากขึ้นเรื่อยๆ
นายสตีลมีกำหนดกล่าวในที่ประชุม Pre-COP31 ที่เมืองนาดี ประเทศฟิจิ ในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม โดยจะอ้างอิงผลสำรวจบุคลากรทางการแพทย์จาก 5 ทวีป ซึ่งพบว่ามากกว่าสองในสามของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเคยพบภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับความร้อนจัดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลดังกล่าวมาจากการสำรวจผดุงครรภ์และแพทย์ 1,000 คนในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย อินเดีย บราซิล และซิมบับเว ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิการกุศล Wellcome
นายสตีลระบุว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นหมายถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ พร้อมเตือนว่าความร้อนจัดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความเชื่อมโยงมากขึ้นกับ การคลอดก่อนกำหนด การเสียชีวิตของทารกในครรภ์ น้ำหนักแรกเกิดต่ำ และภาวะแทรกซ้อนของมารดา
ผลสำรวจพบว่า ผดุงครรภ์และแพทย์เกือบทั้งหมดเคยดูแลมารดาหรือทารกที่ได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนจัด โดยประมาณหนึ่งในสามระบุว่าเคยพบ ทารกน้ำหนักแรกเกิดต่ำหรือมีการเจริญเติบโตจำกัด ปัญหาในการกินนม รวมถึงภาวะขาดน้ำหรืออาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อน ซึ่งบุคลากรเหล่านี้เชื่อว่ามีสาเหตุมาจากอากาศร้อนจัด
จูเลีย กิลลาร์ด อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียและประธานมูลนิธิ Wellcome กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อแม่และทารก พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำโลกเร่งดำเนินการรับมือกับปัญหาดังกล่าว
ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้น และทำให้มีการทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยในปีนี้มีประมาณ 33 ประเทศ ตั้งแต่ยุโรปตะวันตก ไปจนถึงภูมิภาคซาเฮลและอเมริกากลาง ที่บันทึกเดือนกรกฎาคมซึ่งร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูล
นายสตีลเตรียมกล่าวต่อที่ประชุมว่า การตั้งครรภ์ควรเป็นช่วงเวลาแห่งความหวัง แต่สำหรับผู้หญิงหลายล้านคนกลับกำลังกลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความกังวล เมื่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเข้ามาเพิ่มความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน
การประชุม Pre-COP31 ที่ฟิจิและประเทศตูวาลู ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ถือเป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำในภูมิภาคต้องการใช้สะท้อนผลกระทบของ วิกฤตสภาพภูมิอากาศต่อประเทศที่อยู่แนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก่อนการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ หรือ COP31 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนหน้า ที่ประเทศตุรกี.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ