สื่อเกาหลีเหนือเผย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ คุมการยิงทดสอบขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์พิสัยกลาง พร้อมบุตรสาวและภริยา โดยอ้างว่าขีปนาวุธติดตั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถปรับเปลี่ยนวิถีการบินในระดับต่ำ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามติดตามและสกัดกั้นได้ยาก
สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ เคซีเอ็นเอ ของเกาหลีเหนือ รายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ควบคุมการยิงทดสอบขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์พิสัยกลาง โดยมี คิม จู แอ บุตรสาว และรี ซอล จู ภริยา ร่วมสังเกตการณ์
เคซีเอ็นเอ ระบุว่า การยิงทดสอบครั้งนี้มีขึ้นเพื่อฝึกกำลังพลที่ปฏิบัติการระบบอาวุธยุทธศาสตร์ความเร็วเหนือเสียง หรือไฮเปอร์โซนิก โดยขีปนาวุธถูกยิงจากพื้นที่ใกล้เมืองวอนซาน ทางชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ มุ่งหน้าไปยังทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น
กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า ตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากบริเวณวอนซานในช่วงเช้าวันเสาร์ (3 ต.ค.) โดยขีปนาวุธบินได้ไกลกว่า 700 กิโลเมตร ขณะที่เคซีเอ็นเอระบุว่า ขีปนาวุธสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปราว 1,000 กิโลเมตร
ประเด็นสำคัญของการทดสอบครั้งนี้คือคำกล่าวอ้างของเกาหลีเหนือเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI โดยระบุว่า ระบบดังกล่าวช่วยให้ขีปนาวุธสามารถเปลี่ยนวิถีการบินในระดับต่ำได้ ส่งผลให้การติดตามและสกัดกั้นทำได้ยาก
ก่อนหน้านี้ คิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน เปิดเผยเรื่องการยิงขีปนาวุธอย่างรวดเร็วผิดปกติ พร้อมอ้างว่า ระบบติดตามของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นไม่สามารถติดตามวิถีขีปนาวุธได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการตรวจจับ
ผู้เชี่ยวชาญบางรายตั้งข้อสังเกตว่า ขีปนาวุธที่ทดสอบอาจเป็น ฮวาซอง-16 เอ็นเอ ซึ่งเป็นขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียง โดยอ้างอิงจากคำอธิบายของสื่อเกาหลีเหนือเกี่ยวกับขีปนาวุธที่สามารถเปลี่ยนวิถีการบินในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นขีปนาวุธรุ่นดังกล่าว
หลังการทดสอบ คิม จอง อึน กล่าวว่า กองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการตอบโต้ และย้ำว่าเกาหลีเหนือต้องพัฒนาขีดความสามารถของอาวุธโจมตีเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อีกฝ่ายตระหนักถึงความน่าเชื่อถือและอานุภาพในการทำลายล้างของอาวุธดังกล่าว
คิมยังระบุว่า การทดสอบขีปนาวุธเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างศักยภาพในการยับยั้งภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และกล่าวถึงความจำเป็นในการรักษากำลังทหารให้อยู่ในสถานะพร้อมตอบโต้ตลอดเวลา
ภาพที่เคซีเอ็นเอเผยแพร่แสดงให้เห็นคิม จอง อึน ยืนชมการยิงขีปนาวุธ โดยมีคิม จู แอ และรี ซอล จู อยู่เคียงข้าง อีกภาพแสดงให้เห็นขีปนาวุธพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางเปลวไฟสีส้ม
คิม จู แอ ซึ่งปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกในปี 2022 มีบทบาทเพิ่มขึ้นในกิจกรรมสำคัญของรัฐบาลและกองทัพเกาหลีเหนือ ขณะที่หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ประเมินว่า เธอเป็นบุคคลที่มีแนวโน้มสูงที่จะสืบทอดอำนาจต่อจากบิดา
การยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลี หลังเหตุระเบิดทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหาร หรือ DMZ เมื่อวันที่ 21 กันยายน ซึ่งทำให้ทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เกาหลีใต้กล่าวโทษเกาหลีเหนือและเรียกร้องให้รัฐบาลเปียงยางขอโทษ พร้อมดำเนินมาตรการรับผิดชอบ โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงสงบศึกที่ยุติสงครามเกาหลีในช่วงปี 2493-2496
อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยกล่าวหาว่าเกาหลีใต้สร้างข้อสรุปเกี่ยวกับเหตุระเบิดขึ้นเอง และเตือนว่าจะตอบโต้ หากเกาหลีใต้ดำเนินมาตรการใด ๆ ต่อกรณีดังกล่าว.
ที่มา