เกิดเหตุโจมตีระลอกใหม่ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ส่งผลให้สะพานข้ามแม่น้ำดนีโปรแห่งที่ 2 ได้รับความเสียหาย โดยนายวิตาลี คลิดช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เปิดเผยผ่านเทเลแกรมว่า การโจมตีดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ "สะพานเหนือ" ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย พื้นผิวถนนและสายไฟสำหรับรถโดยสารไฟฟ้าเสียหายอย่างหนัก และต้องปิดการจราจรบนสะพานจากฝั่งซ้ายไปยังฝั่งขวาชั่วคราว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ "สะพานใต้" ถูกโดรนรัสเซียโจมตีหลายครั้งจนต้องปิดการใช้งาน ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักติดต่อกันเป็นวันที่สอง เนื่องจากสะพานทั้งสองแห่งนี้ทอดข้ามแม่น้ำดนีโปรเพื่อเชื่อมระหว่างฝั่งตะวันตกและตะวันออกของเมืองหลวง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ราว 3 ล้านคน โดยประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพาระบบรถไฟใต้ดินในการเดินทางข้ามฝั่ง ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าการโจมตีอย่างต่อเนื่องอาจตัดเมืองหลวงออกเป็นสองส่วน
สภาป้องกันเมืองเคียฟได้จัดประชุมวิกฤตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังสถานการณ์ลุกลามจนนายคลิดช์โกต้องเตือนว่า กรุงเคียฟกำลังเผชิญกับ "สถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวมาก" เนื่องจากรัสเซียพุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ และที่อยู่อาศัย
รัสเซียระบุว่า โดรนของตนโจมตีสะพานทั้งสองแห่ง เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ของยูเครน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวต่างชาติ รวมถึงนักการทูต ออกจากกรุงเคียฟ
บรรดาผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า แม้โดรนของรัสเซียอาจไม่สามารถทำให้สะพานพังทลายลงได้ในทันที แต่การโจมตีซ้ำๆ จะบีบให้ต้องปิดใช้งาน เพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างสะพาน และหากรัสเซียใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่านี้ ก็อาจทำให้สะพานทรุดตัวลงได้ โดยเฉพาะสะพานบางแห่งที่ทรุดโทรมจากการรองรับปริมาณการจราจรที่หนาแน่นเกินกว่าการออกแบบเดิม
ขณะที่ สมาชิกรัฐสพรายยูเครนได้หารือถึงแผนสำรองในการใช้เรือข้ามฟากหรือสะพานโป๊ะชั่วคราว เพื่อรักษากลไกการเชื่อมต่อของเมืองไว้ หากสะพานหลักถูกทำลาย
ทางด้าน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ระบุว่า การโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน เป็นมาตรการตอบโต้ที่ยูเครนเปิดฉากโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและเรือของรัสเซียในทะเลดำก่อน ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ประณามว่า รัสเซียแสดงออกชัดเจนว่า "ไร้กฎเกณฑ์ใดๆ อีกต่อไป" และพยายามทำลายทุกอย่าง ตั้งแต่สะพาน อินเทอร์เน็ต เครือข่ายมือถือ ไปจนถึงโรงพยาบาล โรงเรียน และมหาวิทยาลัย เพื่อบีบให้ประชาชนต้องหลบหนีออกจากเมือง
นอกจากเหตุโจมตีในกรุงเคียฟแล้ว ยังมีรายงานสถานการณ์ความรุนแรงในจุดอื่นๆ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยที่ภูมิภาคโอเดสซา ทางการท่าเรือยูเครนรายงานว่า ลูกเรือบนเรือพลเรือนลำหนึ่งที่ชักธงไลบีเรียเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย จากการโจมตีท่าเรือทะเลดำของยูเครน
ส่วนภูมิภาคดนิโปรเปตรฟรอสก์ คาร์คิฟ และเคียฟ ทางการท้องถิ่นระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 คน จากการโจมตีข้ามคืน ขณะที่ภูมิภาคลูฮันสก์ หัวหน้าภูมิภาคที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัสเซีย ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย จากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนในพื้นที่ยึดครอง
ด้านประเทศมอลโดวา ประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบ หลังพบโดรนและขีปนาวุธของรัสเซีย 5 ลูกบินล้ำแดนเข้ามาและระเบิดใกล้กับพื้นที่ชุมชนใน 4 เขต โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ.