หัวหน้ากรมราชทัณฑ์รัฐเทนเนสซีเตรียมลาออกจากตำแหน่ง หลังจากการประหารชีวิต คริสตา ไพก์ นักโทษคดีฆาตกรรมประสบความล้มเหลว แม้ฉีดยาพิษถึง 2 ครั้ง

เมื่อ 3 ต.ค. 2569 นายแฟรงก์ สตราดา อธิบดีกรมราชทัณฑ์รัฐเทนเนสซี ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังเกิดความผิดพลาดในการประหารชีวิต คริสตา ไพก์ นักโทษประหารหญิงเพียงคนเดียวของรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยการฉีดยาพิษล้มเหลวถึง 2 ครั้งจนเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส

นายสตราดาระบุในแถลงการณ์ว่า การก้าวลงจากตำแหน่งของเขาเป็นไปเพื่อ “ผลประโยชน์สูงสุด” ของรัฐ และระบุว่าการสอบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีความล้มเหลวในการประหารชีวิต คริสตา ไพก์ ซึ่งกำลังดำเนินอยู่นั้น “มีความเหมาะสมและจำเป็นอย่างยิ่ง”

ทั้งนี้ ไพก์ถูกฉีดยาพิษชนิดเพนโทบาร์บิทัล (Pentobarbital) เข้มข้นถึง 2 โดส แต่เธอกลับไม่เสียชีวิต โดยทนายระบุว่าระหว่างสำเร็จโทษ ไพก์ยังคงร้องไห้ สะอื้น และหายใจเสียงดังตลอดเวลา ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในแนชวิลล์อย่างเร่งด่วน ขณะนี้เธอยังคงหมดสติ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และแพทย์กำลังเร่งขับยาพิษออกจากร่างกาย

หลังเกิดเหตุ นายบิล ลี ผู้ว่าการรัฐเทนเนสซี สั่งให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเป็นอิสระ พร้อมทั้งสั่งระงับการประหารชีวิตนักโทษทุกรายในรัฐเทนเนสซีตลอดช่วงปีนี้

ด้านทีมทนายของไพก์ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลเพื่อขอให้เก็บรักษาหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ พร้อมยื่นเรื่องขอผ่อนผันโทษ โดยก่อนหน้านี้ทนายเคยเตือนแล้วว่า ไพก์มีภาวะเกล็ดเลือดสูง และมีเส้นเลือดขนาดเล็ก ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้การฉีดยาพิษล้มเหลวและสร้างความทรมานอย่างแสนสาหัส

อนึ่ง ไพก์ ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2539 ซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุเพียง 18 ปี จากการก่อเหตุฆาตกรรม คอลลีน สเลมเมอร์ (Colleen Slemmer) วัย 19 ปี เมื่อปี 2538 ซึ่งเธอกับแฟนหนุ่มร่วมกันทรมานและทำร้ายเหยื่ออย่างทารุณ รวมถึงการสลักรูปดาวห้าแฉกบนหน้าอกเหยื่อ


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc