อัยการของ UAE เปิดเผยว่า ผู้ช่วยนักบินของฟลายดูไบ ใช้ขวานฉุกเฉินที่อยู่ในห้องนักบิน ทำร้ายกัปตันจนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตัวกัปตันตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว และกำลังฟื้นตัวได้ดี

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 2569 อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ อาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์บนเที่ยวบินของสายการบิน “ฟลายดูไบ” (Flydubai) เที่ยวบิน FZ 1073 เส้นทางดูไบ มุ่งหน้า เทลอาวีฟ อิสราเอล โดยยืนยันว่า นักบินผู้ช่วยได้ใช้ “ขวานฉุกเฉิน” (Crash Axe) ในห้องนักบิน ทำร้ายกัปตัน เพื่อพยายามเข้าควบคุมเครื่องบิน

หลังจากออกเดินทางได้ราว 2 ชั่วโมง เที่ยวบิน FZ 1073 จู่ๆ ก็ลดระดับความสูงอย่างรวดเร็วถึง 17,000 ฟุต (5,200 เมตร) ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที สร้างแรง G มหาศาล และมีการส่งสัญญาณฉุกเฉินแจ้งเหตุ “การแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย” หรือ Squawk 7500 ซึ่งสื่อว่ามีความพยายามจี้เครื่องบินเกิดขึ้น

กัปตัน สมิต มัชชาร์ ชาวอินเดีย แม้จะได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้าย แต่ได้ใช้แรงฮึดกดเปิดประตูห้องนักบินจากข้างใน ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านนอกสามารถเข้ามาช่วยได้

ข่าวระบุว่า ผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งได้บุกเข้าห้องนักบินและช่วยกันล็อกตัวผู้ก่อเหตุ โดยผู้โดยสารคนหนึ่งได้จับล็อกคอ ลากตัวผู้ก่อเหตุออกมาจากห้องนักบิน และช่วยประคองคันบังคับให้เครื่องบินเริ่มตั้งลำ จากนั้น นักบินสำรอง 2 คน บนเครื่องจึงเข้าควบคุมและนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินในซาอุดีอาระเบียได้อย่างปลอดภัย

ผู้ก่อเหตุถูกตำรวจซาอุดีอาระเบียควบคุมตัวทันที ขณะที่กัปตันผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่อาบูดาบี โดยตอนนี้อาการปลอดภัยแล้วและกำลังฟื้นตัวได้ดี

ตามรายงานของสื่อหลายสำนัก ผู้ก่อเหตุเป็นชาวโอมานชื่อว่า ฮามัม อัล-ฮัมมามี จบการศึกษาด้านการจัดการการบินจากสหราชอาณาจักร เขาเคยถูกถอดออกจากหลักสูตรฝึกนักบินของสายการบิน “โอมานแอร์” (Oman Air) เนื่องจากถูกพบว่ามีแนวคิดสุดโต่ง ก่อนถูกย้ายไปทำงานตำแหน่งอื่น

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล อ้างว่า ผู้ก่อเหตุได้รับการปลูกฝังแนวคิดอิสลามสุดโต่ง โดยหลังถูกสยบ เขาตะโกนว่า “ฆ่าฉันที ฆ่าฉันที!” ชี้ว่ามีเจตนาจบชีวิตตัวเอง โดยมีเจตนาต้องการทำให้เครื่องบินตก แต่ด้วยความกล้าหาญของกัปตัน ผู้โดยสาร และลูกเรือสำรอง ทำให้ไม่เกิดความสูญเสียระดับเดียวกับเหตุการณ์ 9/11

ทางการ UAE กำลังเร่งสอบสวนเชิงลึกว่าเหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับเครือข่ายก่อการร้ายหรือไม่


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc